10 ไม้เทนนิส ยี่ห้อไหนดี ? ช่วยเพิ่มแรงสปินและความแม่นยำในการตีลูกสูง

ไม้เทนนิส

ไม้เทนนิส (Tennis Racket) ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการเล่นของนักกีฬา หากคุณกำลังมองหา ไม้เทนนิส ยี่ห้อไหนดี ? ที่ช่วยเพิ่มแรงสปินและความแม่นยำในการตีลูกให้สูงขึ้น คุณมาถูกที่แล้ว เพราะในบทความนี้ เราได้รวบรวม 10 ไม้เทนนิสคุณภาพเยี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำที่คัดสรรมาอย่างดี ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการออกแบบและผลิตไม้เทนนิส เพื่อช่วยให้นักกีฬาสามารถตีลูกได้หนักแน่น แม่นยำ และควบคุมลูกได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬามือใหม่หรือระดับเทพ ก็สามารถเลือกหาไม้ที่เหมาะสมกับระดับฝีมือและสไตล์การเล่นของตัวเองได้

โดยเราจะพาไปดูทั้งคุณสมบัติ ข้อดี ข้อควรพิจารณา และราคา ของไม้เทนนิสแต่ละรุ่นเพื่อให้คุณได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากที่สุดสำหรับประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ รับรองว่าหลังอ่านจบคุณจะได้ไม้เทนนิสคู่ใจที่จะช่วยพัฒนาฝีมือการเล่นของคุณได้อย่างก้าวกระโดดแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ ว่า 10 ไม้เทนนิสที่ว่านี้ มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง


หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดอันดับสินค้า

  • วัสดุและเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต: พิจารณาจากวัสดุที่ใช้ทำไม้เทนนิส เช่น กราไฟต์ เคฟล่าร์ หรือวัสดุผสม รวมถึงเทคโนโลยีพิเศษที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตี เช่น ระบบลดแรงสั่นสะเทือน การกระจายน้ำหนัก เป็นต้น
  • น้ำหนักและสมดุล: ไม้เทนนิสที่มีน้ำหนักและสมดุลที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้เล่นสามารถควบคุมลูกได้ดีขึ้น เพิ่มความแม่นยำ และเพิ่มแรงสปินให้กับลูกได้มากขึ้น
  • ความยืดหยุ่นและการโค้งงอ: ไม้เทนนิสที่มีความยืดหยุ่นและการโค้งงอที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มพลังในการตีและช่วยให้ผู้เล่นสามารถสร้างสปินให้กับลูกได้ดีขึ้น
  • ขนาดหน้าไม้และรูปทรง: ขนาดหน้าไม้และรูปทรงที่แตกต่างกันจะเหมาะกับสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน ไม้ที่มีหน้ากว้างจะให้พื้นที่ในการตีที่มากกว่า ส่วนไม้ที่มีหน้าแคบจะให้ความคล่องตัวมากกว่า
  • ความทนทานและคุณภาพ: พิจารณาจากวัสดุและกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อให้ไม้เทนนิสมีความทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว
  • ความสบายในการจับและการดูดซับแรงสั่นสะเทือน: ด้ามจับและวัสดุที่ใช้ควรให้ความรู้สึกสบายมือ และช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นระหว่างการตีลูก เพื่อลดอาการบาดเจ็บจากการเล่นในระยะยาว
  • ราคาและคุณค่าที่ได้รับ: พิจารณาจากคุณภาพและประสิทธิภาพของไม้เทนนิสเทียบกับราคา เพื่อหาไม้ที่ให้คุณค่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
  • แบรนด์และชื่อเสียง: แบรนด์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการเทนนิสมักจะมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง
  • รีวิวและความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริง: พิจารณาจากประสบการณ์และความคิดเห็นของผู้ที่เคยใช้ไม้เทนนิสรุ่นนั้นๆ เพื่อประเมินถึงข้อดีและข้อเสียในการใช้งานจริง

การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้รวมกัน จะช่วยให้สามารถจัดอันดับและเลือกไม้เทนนิสที่ช่วยเพิ่มแรงสปินและความแม่นยำในการตีลูกได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการและสไตล์การเล่นของแต่ละบุคคล

10 อันดับ ไม้เทนนิส ยี่ห้อไหนดี และเลือกซื้ออย่างไรให้คุ้มค่า?

1. Babolat Pure Drive 2021

Babolat Pure Drive 2021

“Babolat แบรนด์ไม้เทนนิสชั้นนำระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจจากนักกีฬามืออาชีพมากมาย รวมถึง Bob และ Mike Bryan คู่หูนักเทนนิสชื่อดัง”

ขนาดหน้าไม้100 ตารางนิ้ว
ความยาวไม้26.8 นิ้ว
น้ำหนัก300 กรัม
วัสดุGraphite
ขนาดกริปL2 / 414
ราคา5,950 บาท

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

ไม้เทนนิส Babolat Pure Drive Team 2021 (285g.) เป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนๆ ทั้งในเรื่องของความแข็งแรง และการสปินลูกที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับขนาดของรูตาไก่ให้กว้างขึ้น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและขยายจุดกระทบบอลให้กว้างขึ้นอีกด้วย ไม้รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีกล้ามเนื้อค่อนข้างแข็งแรง รวมถึงผู้เล่นทั่วไปและนักเทนนิสมืออาชีพ โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ ความนุ่มสูง พาวเวอร์ต่ำ การสปินสูง และการควบคุมลูกที่ดีเยี่ยม

วัสดุที่ใช้ผลิตเฟรมคือ Graphite ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน ขนาดหน้าไม้อยู่ที่ 100 ตารางนิ้ว น้ำหนักไม้ 285 กรัม ความยาวไม้ 26.8 นิ้วหรือ 683 มิลลิเมตร ขนาดด้ามจับ L2 หรือ 4¼ นิ้ว สีของไม้เป็นโทนสีฟ้าและดำ ผลิตในประเทศจีน ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาไม้เทนนิสคุณภาพเยี่ยมที่ได้รับการการันตีจากนักกีฬามืออาชีพ Babolat Pure Drive Team 2021 จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ ไม้รุ่นนี้ก็พร้อมจะช่วยพัฒนาทักษะการเล่นของคุณไปอีกขั้นอย่างแน่นอน

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

ไม้เทนนิส Babolat Pure Drive Team 2021 เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะการเล่นให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นและได้รับการการันตีจากนักกีฬามืออาชีพอย่าง Bob และ Mike Bryan

2. Babolat Pure Aero 2023

Babolat Pure Aero 2023

“Babolat แบรนด์ไม้เทนนิสชั้นนำที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักกีฬาทุกระดับ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และความสบายในการใช้งาน”

ขนาดหน้าไม้100 ตารางนิ้ว
ความยาวไม้27 นิ้ว
น้ำหนัก300 กรัม
วัสดุCarbon Graphite
ขนาดกริป2 4 1/4
ราคา7,890 บาท

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

ไม้เทนนิส Babolat Pure Aero 2023 รุ่นใหม่ล่าสุด เป็นอีกหนึ่งไม้เทนนิสยอดนิยมที่ได้รับความไว้วางใจจากนักเทนนิสมืออาชีพมากมาย ด้วยการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต ทำให้ไม้รุ่นนี้มีคุณสมบัติโดดเด่นหลายประการ หนึ่งในจุดเด่นของ Babolat Pure Aero 2023 คือการใช้เทคโนโลยี Aeromodular 3 ซึ่งช่วยพัฒนาคุณสมบัติอากาศพลศาสตร์ของไม้ ส่งผลให้ผู้เล่นรู้สึกถึงน้ำหนักที่เบาลง และสามารถวาดวงสวิงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดแรงสะท้อนจากการกระทบกับลูกเทนนิสได้เป็นอย่างดี ทำให้เล่นได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกเมื่อยล้า

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจคือการเพิ่มเส้นใยลินินธรรมชาติในบางจุดยุทธศาสตร์ของเฟรม ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และให้ความรู้สึกที่ดียิ่งขึ้นเมื่อกระทบกับลูกบอล ทำให้ Babolat Pure Aero 2023 เหมาะสำหรับทั้งผู้เล่นที่ถนัดเกมรุกและเกมรับ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนาดหน้าไม้ 100 ตารางนิ้ว น้ำหนักประมาณ 300 กรัม ความสมดุลที่ 320 มม. และรูปแบบการร้อยสาย 16×19 ทำให้ Babolat Pure Aero 2023 กลายเป็นไม้เทนนิสที่ลงตัวสำหรับผู้เล่นที่ต้องการควบคุมลูกบอล สร้างสปินที่หนัก และส่งลูกในเส้นทางที่ต้องการ เพื่อบีบคู่ต่อสู้ออกนอกคอร์ทและคว้าชัยชนะในที่สุด

ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย Babolat Pure Aero 2023 จึงเป็นไม้เทนนิสที่เหมาะสำหรับนักเทนนิสทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เล่นระดับกลางไปจนถึงนักกีฬาระดับมืออาชีพ ที่ต้องการไม้คุณภาพสูงเพื่อยกระดับการเล่นของตนให้ดียิ่งขึ้น

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Babolat Pure Aero 2023 เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการไม้เทนนิสประสิทธิภาพสูง ด้วยเทคโนโลยี Aeromodular 3 ที่ช่วยเพิ่มความเร็วและแรงสปิน ประกอบกับคุณสมบัติอื่นๆ เช่น การเพิ่มเส้นใยลินินธรรมชาติเพื่อความยืดหยุ่น ทำให้ไม้รุ่นนี้เหมาะสำหรับนักกีฬาทุกระดับที่ต้องการยกระดับการเล่นของตน

3. Yonex EZONE SONIC

Yonex EZONE SONIC

“YONEX EZONE เป็นซีรี่ส์ไม้เทนนิสที่ใช้วัสดุล้ำสมัยเพื่อเพิ่มพลังในการตีและความแม่นยำ ทำให้ผู้เล่นสามารถควบคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบในการแข่งขัน”

ขนาดหน้าไม้102 ตารางนิ้ว
ความยาวไม้27 นิ้ว
น้ำหนัก280 กรัม
วัสดุGraphite
ขนาดกริปG2
ราคา2,730 บาท

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

ไม้เทนนิส YONEX EZONE SONIC รุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเทนนิสมือใหม่ที่ชื่นชอบการเล่นเกมรุกและต้องการใช้ไม้ที่มีหน้ากว้าง ด้วยหน้าไม้ที่กว้างถึง 27 มม. ช่วยให้คุณตีโต้ลูกได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น แม้ว่าจะเป็นไม้หน้ากว้าง แต่น้ำหนักของไม้รุ่นนี้อยู่ที่เพียง 280 กรัม เท่านั้น เนื่องจากแบรนด์ได้พัฒนาวัสดุใหม่ที่ช่วยเพิ่มแรงในการตีโต้ให้กับผู้เล่น ทำให้คุณสามารถหวดลูกได้เต็มแรงอย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ไม้ YONEX EZONE SONIC ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง ISOMETRIC, O.P.S. และ AERO SHAPE DESIGN ที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มแรงในการตีเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมลูกอีกด้วย ทำให้คุณสามารถควบคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบในการแข่งขัน

ไม้เทนนิสรุ่นนี้มีขนาดหัวไม้ 102 ตารางนิ้ว ความยาว 27 นิ้ว น้ำหนัก 280 กรัม และกริปขนาด G2 ผลิตจากวัสดุกราไฟต์คุณภาพสูง มีรูปแบบการร้อยเอ็นแบบ 16×18 และรองรับความตึงของเอ็นได้ตั้งแต่ 40-55 ปอนด์ ผลิตในประเทศจีนและมาพร้อมกับเอ็น PTGP125 ให้คุณได้ใช้งานทันที สรุปแล้ว YONEX EZONE SONIC เป็นไม้เทนนิสที่เหมาะสำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่ต้องการไม้หน้ากว้างที่ให้พลังในการตีสูง ควบคุมทิศทางลูกได้ดี และมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นของคุณให้ดียิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาไม้เทนนิสคุณภาพดีสำหรับการเล่นเกมรุก ไม้รุ่นนี้คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

ไม้เทนนิส YONEX EZONE SONIC เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่ต้องการไม้หน้ากว้างที่ให้พลังในการตีสูง ควบคุมทิศทางลูกได้ดี และมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นให้ดียิ่งขึ้น หากคุณเป็นผู้เล่นมือใหม่ที่ชื่นชอบการเล่นเกมรุกและต้องการไม้ที่ตอบสนองความต้องการของคุณ ไม้รุ่นนี้คือตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่ง

4. HEAD Radical S

HEAD Radical S

“Head แบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นพัฒนาไม้เทนนิสคุณภาพสูง ด้วยการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาผสมผสานอย่างลงตัว เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นที่เหนือชั้นให้กับนักกีฬาทุกระดับ”

ขนาดหน้าไม้98 ตารางนิ้ว
ความยาวไม้27 นิ้ว
น้ำหนัก296 กรัม
วัสดุGraphite
ขนาดกริป2 = 4 1/4
ราคา8,250 บาท

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเทนนิสมือใหม่หรือผู้เล่นที่มีประสบการณ์ ไม้เทนนิส Head Radical Pro 2023 รุ่นนี้ก็พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บระหว่างเล่น แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรฝึกฝนเทคนิคการเล่นที่ถูกต้องควบคู่ไปด้วย จุดเด่นของไม้เทนนิสรุ่นนี้คือโครงสร้างที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Control Pattern ลวดลายสตริง 16/19 และ Variable Beam ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมลูกให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจอย่าง Graphene 360+ ซึ่งช่วยกระจายน้ำหนักไปยังหน้าไม้ได้อย่างสมดุล รวมถึงเทคโนโลยี Sound Grommets ที่ทำให้ลูกหนักขึ้นเมื่อกระทบกับไม้ สร้างความรู้สึกเร้าใจทุกครั้งที่ตีลูก

นอกจากนี้ Head Radical Pro ยังได้รับการอัปเกรดด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง Auxetic ที่ให้สัมผัสการกระแทกที่ดีขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นให้เหนือชั้นยิ่งกว่าเดิม ไม่มีช็อตไหนที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป ด้วยสไตล์การออกแบบที่โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร สะท้อนความทันสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยความพิเศษมากมายขนาดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ Head Radical Pro 2023 จะกลายเป็นแร็กเกตในดวงใจของเหล่านักหวดระดับโลกอย่างเทย์เลอร์ ฟริทซ์ (Taylor Fritz) ทั้งยังเหมาะสำหรับผู้เล่นระดับสูงที่ต้องการประสิทธิภาพแบบครบเครื่อง ทั้งพลัง ความแม่นยำ และการหมุนที่ลงตัวอีกด้วย

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Head Radical Pro 2023 คือตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนักเทนนิสระดับสูงที่ต้องการไม้แร็กเกตประสิทธิภาพเยี่ยมแบบครบเครื่อง ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายที่ช่วยเสริมพลัง ความแม่นยำ และการควบคุมลูกให้สมดุลอย่างลงตัว พร้อมดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยวไม่ซ้ำใคร เหมาะกับผู้ที่ต้องการไม้เทนนิสคู่ใจไว้ลงแข่งในทุกสนาม

5. HEAD Boom MP Tennis Racket G2 4 1/4

HEAD Boom MP Tennis Racket G2 4 1-4

“Head แบรนด์ไม้เทนนิสชั้นนำที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์และประสิทธิภาพในการเล่นเทนนิสของผู้เล่นทุกระดับ”

ขนาดหน้าไม้100 ตารางนิ้ว
ความยาวไม้27 นิ้ว
น้ำหนัก295 กรัม
วัสดุGraphite
ขนาดกริป2 = 4 1/4
ราคา8,250 บาท

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

ไม้เทนนิส Head Boom MP Tennis Racket G2 4 1/4 เป็นไม้เทนนิสที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้เล่นมืออาชีพ ด้วยสีสันที่สดใสโดดเด่นของโทนสีเขียวดำ-มินต์ และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ผสานรวมกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างแบบ Auxetic ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและดูดซับแรงกระแทกจากลูกเทนนิส ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผู้เล่น หรือเทคโนโลยี Graphene ที่เสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงให้กับเฟรมไม้ ช่วยถ่ายเทพลังงานจากไม้สู่ลูกเทนนิสได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ไม้รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับนวัตกรรมอื่น ๆ เช่น Morph Beam ที่ผสมผสานความรู้สึกและความสบายในการเล่น Uni Pattern ที่ให้การควบคุมลูกที่สม่ำเสมอและแม่นยำ และ Directional Drilling ที่มอบสัมผัสนุ่มนวล ทำให้ไม้เทนนิส Head Boom MP เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นระดับกลางถึงระดับสูงที่ต้องการปรับปรุงทักษะและประสิทธิภาพการเล่นของตนเอง ด้วยคุณภาพและคุณสมบัติที่โดดเด่น จึงกล่าวได้ว่า Head Boom MP คือไม้เทนนิสที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและพลังในการเล่น พร้อมมอบประสบการณ์การเล่นเทนนิสที่สนุกเร้าใจไปอีกระดับ

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

ไม้เทนนิส Head Boom MP เหมาะสำหรับผู้เล่นระดับกลางถึงระดับสูงที่ต้องการพัฒนาทักษะและประสิทธิภาพในการเล่น ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น โครงสร้าง Auxetic, Graphene และ Morph Beam ที่ช่วยเพิ่มพลัง ความแม่นยำ ความสบาย และการควบคุมลูกในการเล่น ทำให้ไม้เทนนิสรุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักเทนนิสมืออาชีพ

6. Wilson Hyper Hammer 2.3

Wilson Hyper Hammer 2.3

“Wilson แบรนด์อุปกรณ์กีฬาชั้นนำระดับโลกที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพและนวัตกรรม โดยมีสินค้าที่ได้รับการออกแบบร่วมกับนักกีฬามืออาชีพชั้นนำ เช่น ไม้เทนนิส Wilson Hyper Hammer 2.3 ที่ออกแบบโดย Roger Federer”

ขนาดหน้าไม้100 ตารางนิ้ว
ความยาวไม้27.9 นิ้ว
น้ำหนัก237 กรัม
วัสดุGraphite
ขนาดกริป2 = 4 1/4
ราคา4,500 บาท

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Wilson Hyper Hammer 2.3 เป็นไม้เทนนิสที่ออกแบบโดย Roger Federer อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลก ไม้รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้เล่นที่ต้องการควบคุมลูกได้ดี ด้วยน้ำหนักที่เบาและขนาดหน้ากว้าง 110 ตารางนิ้ว ทำให้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนไหวไม้ได้อย่างคล่องแคล่วและตีลูกได้อย่างแม่นยำ วัสดุที่ใช้ผลิตเป็นกราไฟท์และไฟเบอร์คาร์บอนคุณภาพสูง ให้ความทนทานและน้ำหนักเบา ส่วนด้ามจับมียางเพิ่มแรงยึดเกาะ ลดการลื่นไถลเมื่อตีลูก ทำให้จับไม้ได้อย่างมั่นใจ Wilson Hyper Hammer 2.3 ให้ความสมดุลที่ลงตัวระหว่างพลัง ความเร็ว และความสบายในการใช้งาน เหมาะสำหรับผู้เล่นระดับเริ่มต้นถึงระดับกลางที่ต้องการไม้ที่ควบคุมง่าย ตีลูกได้หนักและแม่นยำ โดยเฉพาะผู้เล่นที่ใช้แบ็คแฮนด์สองมือ เนื่องจากความยาวของไม้ช่วยเพิ่มแรงงัดได้ดี ไม้เทนนิสรุ่นนี้จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักเทนนิสที่ต้องการพัฒนาฝีมือและมีประสิทธิภาพในการเล่นที่ดียิ่งขึ้น

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

ไม้เทนนิส Wilson Hyper Hammer 2.3 เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการไม้คุณภาพสูงที่ออกแบบโดยตำนานนักเทนนิสอย่าง Roger Federer ไม้รุ่นนี้มีความสมดุลที่ลงตัว น้ำหนักเบา และขนาดหน้ากว้าง ช่วยให้ผู้เล่นควบคุมลูกได้ง่ายและแม่นยำ

7. Tecnifibre T-Fight 295 ISOFLEX

Tecnifibre T-Fight 295 ISOFLEX

“Tecnifibre แบรนด์อุปกรณ์เทนนิสชั้นนำที่เน้นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยให้นักกีฬาเทนนิสได้แสดงศักยภาพสูงสุด”

ขนาดหน้าไม้100 ตารางนิ้ว
ความยาวไม้27 นิ้ว
น้ำหนัก295 กรัม
วัสดุGraphite 100%
ขนาดกริป2
ราคา6,790 บาท

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

ไม้เทนนิส Tecnifibre T-FIGHT ISOFLEX Grip2 เป็นไม้ที่ออกแบบมาเพื่อนักเทนนิสระดับสูง ที่ต้องการไม้เบาแต่แรง ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว น้ำหนักเบาเพียง 295 กรัม ทำให้คุณสามารถเหวี่ยงไม้ได้รวดเร็วและแรง ตัดผ่านอากาศได้ดีเยี่ยม สามารถตอบโต้เมื่อลูกมากระทบไม้ได้อย่างฉับไว เทคโนโลยี Isoflex นั้นช่วยเพิ่มความเสถียรเมื่อต้องตีกับลูกหนัก ๆ ในขณะที่เอ็นที่ออกแบบมาอย่างสม่ำเสมอก็ช่วยให้สามารถใส่สปินได้มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ทรงไม้ที่มีทั้งส่วนเหลี่ยมและวงรีผสมผสานกันอย่างลงตัว ส่วนเหลี่ยม RS Section นั้นเป็นนวัตกรรมใหม่ เพิ่มทั้งพลังและการควบคุม ในขณะที่ส่วนวงรียังคงความสบายในการตีลูก ยิ่งกว่านั้น การเสริมแอกและฉีดโฟมช่วยเพิ่มความมั่นคงและความรู้สึกที่นิ่งเมื่อลูกกระทบไม้ได้อีกด้วย

แม้จะเป็นไม้ที่เบาที่สุดในรุ่น แต่ก็รองรับการตีลูกแรง ๆ ได้ดีเยี่ยม สามารถส่งพลังเข้าสู่ลูก ทำให้ลูกพุ่งผ่านคอร์ทฝ่ายตรงข้ามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยน้ำหนักที่เบา แต่ทรงไม้และระบบสตริงที่เสถียร Tecnifibre T-FIGHT ISOFLEX Grip2 จึงไม่เพียงแต่เหมาะสำหรับผู้เล่นระดับกลางเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์นักเทนนิสระดับสูงที่ต้องการไม้ที่มีสมรรถนะเต็มเปี่ยมได้เป็นอย่างดี

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Tecnifibre T-FIGHT ISOFLEX Grip2 เป็นไม้ที่เหมาะสำหรับนักเทนนิสที่ต้องการความคล่องตัวและพลังงานในการตี ด้วยน้ำหนักเบา ความสมดุลของพลังและการควบคุม รวมถึงเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความเสถียรและแรงสปิน จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมทั้งสำหรับผู้เล่นระดับกลางและระดับสูงที่มีสไตล์การเล่นที่หลากหลาย

8. ARTENGO รุ่น TR190 Lite V2

ARTENGO รุ่น TR190 Lite V2

“ARTENGO แบรนด์อุปกรณ์กีฬาเทนนิสที่มุ่งเน้นผลิตไม้เทนนิสคุณภาพสูงสำหรับผู้เล่นทุกระดับ โดยเฉพาะรุ่น TR190 Lite V2 ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเล่นเทนนิส”

ขนาดหน้าไม้102 ตารางนิ้ว
ความยาวไม้27 นิ้ว
น้ำหนัก260 กรัม
วัสดุ(PU)/(CF)/(PA) /(PA6)
ขนาดกริป2
ราคา1,840 บาท

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

ไม้เทนนิส ARTENGO รุ่น TR190 Lite V2 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเรียนรู้การเล่นเทนนิส ด้วยน้ำหนักเบาเพียง 260 กรัม และความยาว 34 ซม. ทำให้สามารถควบคุมวงสวิงได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีจุดศูนย์ถ่วงที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเล่นอีกด้วย ตัวไม้ผลิตจากวัสดุ Graphite 100% พร้อมเทคโนโลยีลดการสั่นสะเทือนเมื่อลูกกระทบกับไม้ ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บและอาการปวดแขนจากการเล่นเทนนิส ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้เล่นมือใหม่

ด้ามจับออกแบบมาเป็นพิเศษ มีความนุ่มเพื่อเพิ่มความสบายในการจับ และมีสัญลักษณ์ 3 จุดเพื่อช่วยให้ผู้เล่นจับไม้ได้ถูกต้อง เหมาะสำหรับการฝึกฝนทักษะพื้นฐานทั้ง 3 ท่า ได้แก่ Forehand, Backhand และ Serve ขนาดหน้าไม้กว้างถึง 660 ตร.ซม. ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการสัมผัสลูก ส่วน String รุ่นนี้ผลิตจาก Polyamide ซึ่งให้ความยืดหยุ่นในการตีลูก ทำให้สามารถควบคุมทิศทางและ Spin ลูกได้ดียิ่งขึ้น โดยสรุปแล้ว ไม้เทนนิส ARTENGO TR190 Lite V2 เป็นไม้เทนนิสคุณภาพดี เหมาะสำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่ต้องการไม้ที่มีน้ำหนักเบา จับถนัดมือ ช่วยในการฝึกฝนพัฒนาฝีมือ ในราคาที่ย่อมเยาว์ จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับใครที่อยากเริ่มเล่นกีฬาเทนนิส

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

ARTENGO รุ่น TR190 Lite V2 เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้เล่นมือใหม่ ด้วยคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับการฝึกฝนทักษะพื้นฐาน ทั้งการควบคุมลูก การ Spin และการตีลูก ในราคาที่เหมาะสม

9. VOLKL V-CELL 2

VOLKL V-CELL 2

“VOLKL แบรนด์ไม้เทนนิสชั้นนำที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เล่นทุกระดับ โดยเฉพาะรุ่น V-CELL 2 ที่เหมาะสำหรับผู้เล่นมือใหม่และผู้หญิง”

ขนาดหน้าไม้115 ตารางนิ้ว
ความยาวไม้27.6 นิ้ว
น้ำหนัก265 กรัม
วัสดุ(PU)/(CF)/(PA)
ขนาดกริปG2 4 1/4
ราคา7,500 บาท

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

VOLKL V-CELL 2 คือ ไม้เทนนิสที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้เล่นมือใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องการไม้เทนนิสที่มีน้ำหนักเบาและใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว ด้วยขนาดหน้าไม้ 115 ตารางนิ้วและน้ำหนักเพียง 265 กรัม ทำให้ผู้เล่นสามารถเหวี่ยงไม้ได้อย่างสบายมือและถนัดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โครงสร้าง V-Cell 2 ยังประกอบด้วยเทคโนโลยี REVA, VTEX butt cap และ V-Sensor Handle ที่ช่วยลดแรงกระแทกและเพิ่มความนุ่มสบายในการจับไม้ ป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับแขนระหว่างการเหวี่ยงไม้ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังมี Super Grommets และระบบ Catapult ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตีลูกเทนนิสอีกด้วย

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

ไม้เทนนิส VOLKL V-CELL 2 เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้เล่นมือใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิง เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ขนาดหน้าไม้กว้าง และเทคโนโลยีที่ช่วยลดแรงกระแทก ทำให้การเหวี่ยงไม้เป็นเรื่องง่ายและสบายมือ พร้อมป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้

10. Wilson Blade 100L V8

Wilson Blade 100L V8

“Wilson แบรนด์ไม้เทนนิสชั้นนำที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเฉพาะ เพื่อช่วยให้นักกีฬาสามารถควบคุมการเล่นและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่”

ขนาดหน้าไม้100 ตารางนิ้ว
ความยาวไม้27 นิ้ว
น้ำหนัก285 กรัม
วัสดุGraphite
ขนาดกริป4 1/4
ราคา10,500 บาท

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

ไม้เทนนิส WILSON Blade 100 V8 ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเทนนิสมืออาชีพ ด้วยหัวไม้ขนาด 100 ตารางนิ้ว หรือ 645 ตารางเซนติเมตร ที่ให้ความสมดุลระหว่างพลังและการควบคุมลูกได้อย่างเหมาะสม ผสานกับเทคโนโลยี FORTYFIVE° เฉพาะของ Wilson ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความเสถียรเพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมต่อกับลูกเทนนิสได้ดียิ่งขึ้น ระบบ DirectConnect ยังช่วยขยายด้ามจับคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อเชื่อมต่อโดยตรงกับฝาปิดท้ายไม้ ให้ความรู้สึกในการตีลูกที่ดีขึ้น พร้อมเพิ่มความมั่นคงในการบิดไม้ ตัวไม้ยังมาพร้อมกับ Top Grip Taper ที่ให้ความรู้สึกที่ดียิ่งขึ้นในการวางตำแหน่งด้ามจับด้านบน และฝาปิดท้ายด้ามจับที่ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ มอบความสบายและความสามารถในการเล่นที่ดีขึ้น ด้วยความยาว 27 นิ้ว หรือ 68.58 เซนติเมตร น้ำหนักก่อนขึ้นเอ็น 300 กรัม และรูปแบบการขึ้นเอ็น 16×19 ทำให้ไม้รุ่นนี้เหมาะสำหรับการแข่งขันในทุกระดับ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ WILSON Blade 100 V8 พร้อมจะช่วยยกระดับเกมของคุณสู่ความเป็นเลิศ

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

WILSON Blade 100 V8 เหมาะสำหรับนักกีฬาทุกระดับ ด้วยการผสานเทคโนโลยี FORTYFIVE° และ DirectConnect ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความเสถียร และความแม่นยำในการตีลูก ให้คุณสามารถควบคุมเกมและพัฒนาฝีมือได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนประกอบและโครงสร้างที่ล้ำสมัยของไม้เทนนิสสมัยใหม่

ไม้เทนนิสถือเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักกีฬาเทนนิส เพราะมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการเล่น ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการผลิตไม้เทนนิสก้าวหน้าไปมาก ทำให้ไม้เทนนิสสมัยใหม่มีส่วนประกอบและโครงสร้างที่แตกต่างจากอดีตอย่างเห็นได้ชัด เรามาดูกันว่าไม้เทนนิสสมัยใหม่มีอะไรบ้าง

  • ส่วนประกอบหลักของไม้เทนนิส ได้แก่ หัวไม้ คอไม้ และด้ามจับ หัวไม้เป็นส่วนที่ใช้ตีลูกเทนนิส โดยหัวไม้สมัยใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ทำให้ sweet spot กว้างขึ้น อภัยให้ความผิดพลาดได้มากขึ้น หัวไม้สมัยใหม่ผลิตจากวัสดุคอมโพสิตที่น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง เช่น กราไฟต์ และคาร์บอนไฟเบอร์ บางรุ่นอาจมีไทเทเนียมหรือวัสดุอื่นผสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  • คอไม้เป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างหัวไม้และด้ามจับ มีผลต่อความคล่องตัว การส่งถ่ายแรงและความเสถียรของไม้ ส่วนด้ามจับ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากการกระแทก ทำให้ผู้เล่นรู้สึกสบายมือขึ้น การออกแบบด้ามจับในปัจจุบันจะคำนึงถึงหลักสรีระ (ergonomic) เพื่อลดความเมื่อยล้าจากการจับไม้เป็นเวลานาน
  • ขนาดและน้ำหนักของไม้เทนนิสมาตรฐานปัจจุบัน ไม้เทนนิสส่วนใหญ่มีความยาวระหว่าง 27-28 นิ้ว โดยจะมีน้ำหนักระหว่าง 280-320 กรัม ซึ่งเบากว่าไม้เทนนิสในอดีตมาก โดยไม้เทนนิสที่มีน้ำหนักเบากว่าจะตีลูกได้เร็วกว่า ขณะที่ไม้ที่หนักกว่า แม้จะตีได้ช้าลงแต่จะให้ความมั่นคงและพลังงานกับลูกได้ดีกว่า นักกีฬาสามารถเลือกน้ำหนักไม้ให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของตัวเองได้

นอกจากวัสดุที่กล่าวไปข้างต้น ไม้เทนนิสสมัยใหม่อาจใช้วัสดุใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติบางอย่าง เช่น บางรุ่นอาจเคลือบสารพิเศษเพื่อลดแรงเสียดทานและป้องกันไม่ให้เกิดรอยขีดข่วน หรือใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นเพื่อช่วยเพิ่มแรงส่งและความเร็วให้กับลูก หรือใช้เทคโนโลยีที่ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือน เป็นต้น ผู้ผลิตไม้เทนนิสในปัจจุบันต่างแข่งขันกันนำเสนอไม้รุ่นใหม่ๆ ที่มีนวัตกรรมน่าสนใจเพื่อเอาใจนักกีฬา

การเลือกไม้เทนนิสนอกจากต้องดูที่ขนาดน้ำหนัก และวัสดุแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงรูปทรงหน้าไม้ จุดสมดุลของไม้ และความยืดหยุ่นหรือความแข็งของไม้ เพื่อให้เหมาะกับระดับฝีมือ สไตล์การเล่น และสรีระของผู้ใช้ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพการเล่น นักกีฬาจึงควรใช้เวลาศึกษาและทดลองจับไม้หลายๆ แบบเพื่อเลือกไม้ที่เหมาะกับตัวเองที่สุด

เห็นได้ว่า ไม้เทนนิสสมัยใหม่มีส่วนประกอบและโครงสร้างที่แตกต่างจากไม้เทนนิสในอดีตอย่างมาก โดยเทคโนโลยีต่างๆ ถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาไม้เทนนิสให้ตอบโจทย์นักกีฬามากที่สุด หากเราเลือกไม้เทนนิสที่เหมาะสม ก็เหมือนกับได้ซื้ออาวุธชั้นดีที่จะช่วยยกระดับการเล่นของเราให้พัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็วเลยทีเดียว

ประเภทและรูปแบบของไม้เทนนิสที่คุณควรรู้

ไม้เทนนิสในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายทั้งรูปแบบและขนาด ซึ่งแต่ละแบบก็เหมาะกับสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันออกไป การเลือกไม้เทนนิสให้เหมาะกับตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทและรูปแบบของไม้เทนนิสกัน

หากแบ่งไม้เทนนิสตามลักษณะการเล่น จะสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ Power racquets และ Control racquets โดย Power racquets เหมาะสำหรับผู้เล่นที่เน้นเกมบุก ต้องการตีลูกหนักและเร็ว ไม้ประเภทนี้มักจะมีขนาดหน้าไม้ใหญ่ น้ำหนักเบา จุดสมดุลของไม้อยู่ค่อนมาทางหัวไม้ ทำให้ถ่ายทอดพลังงานได้ดี ขณะที่ Control racquets เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเล่นเกมรับ เน้นการควบคุมทิศทางลูก ไม้ประเภทนี้หน้าไม้มักจะเล็กกว่า น้ำหนักมากกว่า จุดสมดุลอยู่กึ่งกลางไม้ ทำให้ควบคุมลูกได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ที่เล่นเกมรุกรับผสมผสานอาจเลือกไม้ประเภท Tweener ซึ่งมีคุณสมบัติอยู่ตรงกลาง

นอกจากนี้ ยังสามารถแบ่งประเภทของไม้เทนนิสตามขนาดหน้าไม้ได้อีก โดยขนาดมาตรฐานเรียกว่า Midplus มีพื้นที่หน้าไม้ 95-105 ตารางนิ้ว ผู้เล่นส่วนใหญ่นิยมใช้ขนาดนี้ เพราะให้ความสมดุลที่ดีระหว่างการควบคุมและกำลังตี สำหรับหน้าไม้ขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานเรียกว่า Oversize หรือ Super Oversize มีพื้นที่หน้าไม้ตั้งแต่ 105 ตารางนิ้วขึ้นไป ไม้ประเภทนี้มี Sweet Spot ขนาดใหญ่ หน้าไม้ที่กว้างจะอภัยให้กับลูกที่ตีไม่ดีได้มากกว่า จึงได้รับความนิยมในหมู่ผู้เล่นมือใหม่

อีกวิธีหนึ่งในการแบ่งประเภทของไม้เทนนิส คือการแบ่งตามจุดสมดุลหรือ Balance Points ไม้ที่มีน้ำหนักไปอยู่ทางด้ามมากกว่าจะเรียกว่า Head Light ซึ่งจะควบคุมง่ายและคล่องตัวกว่า เหมาะกับผู้เล่นเกมรับ ส่วนไม้ที่น้ำหนักไปรวมอยู่ที่หัวไม้มากกว่าจะเรียกว่า Head Heavy ซึ่งจะให้กำลังตีที่หนักหน่วงกว่า เหมาะกับเกมรุก ส่วนไม้ที่มีจุดสมดุลตรงกลางพอดีเรียกว่า Even Balance

การเลือกไม้เทนนิสที่มีประเภทและรูปแบบเหมาะสมกับการเล่นของเรานั้นสำคัญมาก อย่างไรก็ตาม การแบ่งประเภทเป็นเพียงแนวทางคร่าวๆ เท่านั้น เพราะไม้แต่ละรุ่นแม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่มาก นอกจากนี้เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คุณสมบัติของไม้บางรุ่นไม่สามารถจัดเข้ากลุ่มอย่างชัดเจน ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อไม้เทนนิส ควรศึกษาข้อมูลจากผู้ผลิตให้ดี และลองทดสวิงไม้รุ่นที่สนใจดูหลายๆ อัน เพื่อหาไม้ที่เหมาะกับสไตล์และความถนัดของตัวเองให้มากที่สุด


วิธีการเลือกไม้เทนนิสให้เหมาะกับตัวเอง

การเลือกไม้เทนนิสที่เหมาะสม เปรียบเสมือนการเลือกคู่หูที่จะช่วยพาเราไปสู่ชัยชนะ แต่การเลือกไม้เทนนิสที่ใช่สำหรับเรานั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา

  • ปัจจัยสำคัญอย่างแรกคือระดับฝีมือของเรา มือใหม่ควรเลือกไม้ที่ให้อภัยต่อความผิดพลาดได้มาก อาจเป็นไม้หน้ากว้างเพื่อให้ sweet spot ใหญ่ขึ้น และควรควบคุมง่าย ในขณะที่ผู้เล่นระดับสูงอาจเลือกไม้ที่ให้ความแม่นยำ เน้นการควบคุมมากกว่าพลังในการตี
  • ต่อมาคือสไตล์การเล่น คนที่เล่นเกมรุกมักจะเลือกไม้ที่มีน้ำหนักเบา หัวใหญ่ จุดสมดุลเอียงไปทางหัวไม้ ให้กำลังตีที่หนักและตีได้เร็ว ส่วนคนที่เน้นเกมรับมักจะเลือกไม้หน้าเล็ก น้ำหนักมาก จุดสมดุลตรงกลางหรือไปทางด้าม เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและการควบคุม ดังนั้นเราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าชอบและถนัดเล่นเกมแบบไหน
  • ปัจจัยด้านสรีระและพละกำลังก็สำคัญไม่แพ้กัน คนที่มีร่างกายสูงใหญ่ แข็งแรง อาจใช้ไม้หนักๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่คนที่ตัวเล็กหรือมีพละกำลังไม่มากนัก หากใช้ไม้ที่หนักเกินไปอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือปวดเมื่อยได้ง่าย จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับสรีระของตัวเอง
  • นอกจากการดูสเปคของไม้แล้ว สิ่งสำคัญคือต้องลองทดสอบไม้ด้วยตัวเอง อย่างน้อยควรลองสวิงไม้นั้นสัก 3-4 ครั้ง สังเกตความรู้สึกเวลาตีลูก ไม้นั้นให้ความรู้สึกถนัดมือหรือไม่ คล่องแคล่วดีหรือเปล่า และควรลองตีลูกหลายๆ รูปแบบ ทั้งตีแรง ตีเบา ตีหมุน เพื่อให้เห็นว่าไม้อันนั้นรับมือกับการเล่นแบบเราได้ดีแค่ไหน บางทีไม้ที่เราคิดว่าถูกใจตอนแรก หลังจากลองเล่นจริงๆ แล้วอาจไม่ใช่ที่สุดสำหรับเราก็ได้
  • นอกจากนี้ ควรลองไม้หลายๆ ยี่ห้อและหลายๆ รุ่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน เพื่อเปรียบเทียบความรู้สึกที่ได้รับ ยี่ห้อหรือรุ่นที่เพื่อนหรือนักกีฬาระดับโลกใช้ อาจไม่เหมาะกับเราเสมอไป เราต้องหาสิ่งที่ใช่สำหรับเรา ใช้เวลากับมันจนกว่าจะพบไม้คู่ใจของตัวเอง

การเลือกไม้เทนนิสให้เหมาะกับตัวเองนั้น จำเป็นต้องใช้เวลา ต้องศึกษา ทดลอง ผิดถูกบ้าง ไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว แต่ถ้าเราเลือกได้ถูกต้อง ไม้เทนนิสจะเป็นเหมือนส่วนขยายของแขนเรา ทำให้เราเล่นได้อย่างไหลลื่นและมั่นใจมากขึ้น ดังนั้นอย่าเพิ่งท้อนะครับ สักวันคุณจะต้องเจอไม้ที่ใช่สำหรับคุณเอง

การดูแลรักษาไม้เทนนิสให้อยู่ในสภาพดี

ไม้เทนนิสถือเป็นอุปกรณ์สำคัญของนักกีฬาที่ต้องใช้งานหนัก จึงจำเป็นต้องดูแลรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพให้ดีที่สุด วันนี้เรามีเคล็ดลับการดูแลไม้เทนนิสมาฝากกัน

  • เริ่มจากการเก็บไม้เทนนิส หลังเล่นเสร็จแล้วไม่ควรวางไม้ทิ้งไว้กลางแจ้งหรือในที่ที่มีความชื้นและอุณหภูมิสูง เพราะจะทำให้ไม้บิดเบี้ยวหรือเสียหายได้ ควรเก็บไม้ไว้ในที่ร่มและอากาศถ่ายเทสะดวก โดยเก็บไว้ในกระเป๋าไม้เทนนิสที่มีฆ่อนรองรับตัวไม้ จะช่วยป้องกันไม่ให้หน้าไม้เสียหายเวลากระทบกระแทก
  • การเปลี่ยนสายไม้และกริ๊ปเทปเป็นประจำก็สำคัญมาก สายไม้ที่หย่อนหรือขาดจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการตีลูกอย่างมาก ควรเปลี่ยนสายไม้ทุก 6-8 สัปดาห์สำหรับผู้เล่นทั่วไป หรือเร็วกว่านั้นหากเล่นบ่อยหรือตีลูกหนัก ส่วนกริ๊ปเทปที่เก่าและลื่นอาจหลุดมือได้ง่ายตอนตีลูก ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ ควรเปลี่ยนกริ๊ปเทปทุก 4-6 สัปดาห์ หรือเมื่อสังเกตเห็นสภาพเสื่อมลงอย่างชัดเจน
  • การทำความสะอาดไม้หลังการใช้งาน เพราะคราบเหงื่อ ฝุ่น และสิ่งสกปรกต่างๆ อาจสะสมอยู่ตามร่องและซอกต่างๆ ของไม้ หากไม่ทำความสะอาดเป็นประจำ จะส่งผลต่อความทนทานของไม้ในระยะยาว วิธีทำความสะอาดง่ายๆ คือใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดๆ เช็ดคราบสกปรกบนตัวไม้และสายไม้ หลังจากนั้นใช้ผ้าแห้งอีกผืนเช็ดซ้ำ ควรทำอย่างเบามือและระวังอย่าให้น้ำเข้าไปด้านในของไม้

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะดูแลรักษาไม้เทนนิสอย่างดีแค่ไหน วันหนึ่งไม้ก็ต้องเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน โดยทั่วไปไม้เทนนิสจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 ปีสำหรับนักกีฬาสมัครเล่น ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานและการดูแลรักษา หากสังเกตว่าไม้มีรอยแตกร้าว บิดเบี้ยวไปจากรูปทรงเดิม มีผิวหน้าไม้แตกล่อน หรือให้ความรู้สึกตอบสนองไม่ดีเหมือนเดิม ก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนไม้อันใหม่แล้ว

การดูแลไม้เทนนิสอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุด และทำให้เรามีอุปกรณ์คู่ใจที่ไว้ใจได้ในการลงแข่งขัน ดังนั้นอย่าลืมเอาใจใส่ไม้เทนนิสของคุณกันด้วย

สรุปแล้ว จากที่เราได้พาไปดู 10 ไม้เทนนิส ยี่ห้อไหนดี คุณภาพเยี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำกันมาทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ทั้งในแง่ของวัสดุ เทคโนโลยี การออกแบบ รวมถึงคุณสมบัติพิเศษต่างๆ ซึ่งล้วนแต่ส่งผลโดยตรงต่อแรงสปินและความแม่นยำในการตีลูก อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการเลือกไม้เทนนิสที่เหมาะกับสไตล์การเล่นและระดับฝีมือของตัวเอง เพราะไม้ที่ดีที่สุดสำหรับคนอื่น อาจไม่ใช่ไม้ที่ใช่สำหรับเรา ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ ควรลองนำข้อมูลที่ได้ไปเทียบกับความต้องการส่วนตัว และหากเป็นไปได้ควรขอทดลองตีลูกกับไม้ที่สนใจดูสักหลายๆ รุ่น เพื่อให้ได้ไม้ที่ถูกใจและใช้งานได้ดีที่สุด

เมื่อได้ไม้เทนนิสที่เหมาะสมแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเก็บในที่เหมาะสม การเปลี่ยนสายไม้และกริ๊ปเป็นประจำ หรือการทำความสะอาดหลังใช้งาน เพื่อยืดอายุการใช้งานของไม้ให้ได้นานที่สุด หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อการเลือกซื้อไม้เทนนิสที่เหมาะสมของคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬาสมัครเล่นหรือระดับเทพ การมีอุปกรณ์ที่ดีย่อมช่วยให้การพัฒนาฝีมือการเล่นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอให้โชคดีกับการค้นหาไม้เทนนิสที่ใช่สำหรับตัวเอง และก้าวไปสู่การเป็นนักเทนนิสที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปด้วยกัน


คำถามที่พบบ่อย

1. ไม้เทนนิสมีกี่ประเภทหลักๆ?

หากแบ่งไม้เทนนิสตามลักษณะการเล่น จะสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ Power racquets ที่เน้นกำลังตี เหมาะสำหรับผู้เล่นที่ชอบเกมบุก และ Control racquets ที่เน้นการควบคุมลูก เหมาะสำหรับผู้เล่นที่ชอบเกมรับ นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งไม้ตามขนาดหน้าไม้ โดย Midplus เป็นขนาดมาตรฐานที่นิยมใช้มากที่สุด ให้ความสมดุลที่ดีระหว่างการควบคุมและพลัง ส่วน Oversize และ Super Oversize จะมีขนาดหน้าไม้ที่ใหญ่กว่า ทำให้อภัยต่อลูกที่ตีไม่ตรงกลางได้มากขึ้น

2. ควรเลือกไม้เทนนิสอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง?

ปัจจัยหลักๆ ที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ระดับฝีมือ ผู้เล่นมือใหม่ควรเลือกไม้ที่ควบคุมง่ายและให้อภัยต่อความผิดพลาดได้มาก ส่วนผู้เล่นระดับสูงอาจเลือกไม้ที่เน้นความแม่นยำมากกว่า, สไตล์การเล่น คนเล่นเกมรุกเน้นไม้ที่มีน้ำหนักเบา หัวใหญ่ ส่งกำลังได้ดี ส่วนคนเล่นเกมรับเน้นไม้ที่หนัก หัวเล็ก ควบคุมง่าย, สรีระ ผู้เล่นที่มีพละกำลังมากสามารถใช้ไม้หนักได้ ในขณะที่ผู้เล่นที่มีแรงน้อยกว่าควรเลือกไม้ที่น้ำหนักพอดี ไม่เบาหรือหนักจนเกินไป และความรู้สึกเมื่อลองใช้งานจริง ควรทดลองหยิบจับและลองตีลูกกับไม้ที่สนใจ เพื่อให้ได้ไม้ที่ให้ฟีลลิ่งที่ดีที่สุ

3. ไม้เทนนิสทำจากวัสดุอะไรบ้าง?

ไม้เทนนิสสมัยใหม่ผลิตจากวัสดุคอมโพสิตหลายชนิด เช่น กราไฟต์ และคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทาน, ไฟเบอร์กลาส ให้ความยืดหยุ่นและลดการสั่นสะเทือน, เคฟลาร์ เหนียวและทนความร้อนสูง, ไทเทเนียม และอลูมิเนียม ซึ่งแข็งแรงและสปริงตัวได้ดี รวมถึงวัสดุอื่นๆ ที่ถูกนำมาผสมผสานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ เช่น ลดแรงสั่นสะเทือน ลดแรงเสียดทาน เพิ่มความเร็วและพลังงานให้กับลูก เป็นต้น

4. ไม้เทนนิสแต่ละอันใช้งานได้นานแค่ไหน?

อายุการใช้งานของไม้เทนนิสโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1-2 ปีสำหรับผู้เล่นสมัครเล่น ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานและการดูแลรักษา หากใช้บ่อยและตีลูกหนักอาจเสื่อมสภาพเร็วกว่านี้ สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนไม้ใหม่ ได้แก่ ไม้มีรอยแตกร้าว บิดเบี้ยวจนผิดรูปทรง, ผิวหน้าไม้แตกล่อน หรือสึกกร่อนมาก และความรู้สึกเวลาตีลูกเปลี่ยนไป ไม่สปริงตัวหรือให้พลังเหมือนเดิม การดูแลไม้อย่างสม่ำเสมอ เช่น เก็บในที่เหมาะสม เปลี่ยนสายไม้ กริ๊ปเทป และทำความสะอาดเป็นประจำ จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากขึ้น

Scroll to Top