10 โรบอทดูดฝุ่น ตัวช่วยกำจัดฝุ่น และทำความสะอาดบ้านเครื่องเดียวจบ

10 โรบอทดูดฝุ่น ตัวช่วยกำจัดฝุ่น และทำความสะอาดบ้านเครื่องเดียวจบ

Vacuum-Robot

ในยุคนี้ โรบอทดูดฝุ่นกลายเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ขาดไม่ได้ในบ้านหลาย ๆ ครัวเรือน เพราะช่วยให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้น และเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำความสะอาดพื้นบ้านโดยไม่ต้องใช้แรง บทความนี้จะแนะนำ 10 แบรนด์ โรบอทดูดฝุ่น ยอดนิยมที่มีคุณสมบัติหลักที่โดดเด่น ทั้งแรงดูด น้ำหนักเครื่อง และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ซึ่งแต่ละแบรนด์นั้นตอบโจทย์การใช้งานในบ้านได้อย่างลงตัว ตัวอย่างเช่น แบรนด์ที่มีแรงดูดสูงจะเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ใหญ่หรือมีสัตว์เลี้ยง ในขณะที่โรบอทที่มีน้ำหนักเบาและแบตเตอรี่ใช้งานได้นานจะเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่พักอาศัยหลายชั้น

นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อเสริมที่จะช่วยให้คุณเลือกโรบอทดูดฝุ่นที่เหมาะสมกับบ้านได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโรบอทตามลักษณะของพื้นที่ในบ้าน ความเข้าใจในอายุการใช้งานแบตเตอรี่ รวมถึงเทคนิคการเลือกเครื่องสำหรับพื้นผิวต่าง ๆ และข้อควรรู้เกี่ยวกับโรบอทดูดฝุ่น เพื่อให้คุณได้เลือกซื้อเครื่องที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานในบ้าน บทความนี้จึงเป็นคู่มือที่ครบถ้วนและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโรบอทดูดฝุ่นที่ดีที่สุด เพื่อช่วยให้บ้านของคุณสะอาดและน่าอยู่มากขึ้น

หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดอันดับสินค้า

เพื่อให้ได้มาซึ่งรายการ 10 แบรนด์ โรบอทดูดฝุ่น ที่ดีที่สุด เราได้พิจารณาและใช้เกณฑ์การเลือกที่ครอบคลุม โดยมุ่งเน้นไปที่คุณสมบัติหลัก ๆ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสะดวกในการใช้งาน คุณสมบัติเหล่านี้รวมถึง แรงดูด, น้ำหนักเครื่อง, และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้ควรพิจารณาเมื่อตัดสินใจเลือกซื้อโรบอทดูดฝุ่น

  1. แรงดูด: ให้ความสำคัญกับแรงดูดเป็นอย่างมาก เพราะเป็นตัวชี้วัดหลักของความสามารถในการทำความสะอาด โรบอทที่มีแรงดูดสูงสามารถกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งบนพื้นผิวและพื้นพรมที่มีความหนา
  2. น้ำหนักเครื่อง: โรบอทดูดฝุ่นมีน้ำหนักเบา เพื่อความสะดวกในการย้ายหรือเคลื่อนย้ายจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง น้ำหนักที่เบาช่วยให้ผู้ใช้ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือลำบากในการจัดเก็บ
  3. อายุการใช้งานแบตเตอรี่: เนื่องจากโรบอทดูดฝุ่นทำงานด้วยระบบแบตเตอรี่ จึงมองหาโรบอทที่มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่นาน เพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้ครอบคลุมและต่อเนื่อง โดยไม่ต้องชาร์จบ่อยครั้ง
  4. ความพึงพอใจของผู้ใช้: ตรวจสอบรีวิวและคะแนนจากผู้ที่ซื้อใช้งานจริง เพื่อประเมินความพึงพอใจโดยรวมต่อผลิตภัณฑ์นอกจากนี้ ยังพิจารณาถึงฟังก์ชั่นการใช้งานพิเศษอื่น ๆ

10 โรบอทดูดฝุ่น ที่ดีที่สุด

1. Roborock S8 Pro Ultra

Roborock S8 Pro Ultra

Roborock S8 Pro Ultra เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นระดับไฮเอนด์ที่มีแรงดูดสูงสุด 6000 Pa, ระบบนำทางแบบสามมิติ และแท่นชาร์จแบบหลายฟังก์ชัน

แรงดูด6000 Pa
น้ำหนักเครื่อง23.6 kg
อายุการใช้งานแบตเตอรี่180 นาที

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Roborock S8 Pro Ultra เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับแรงดูดสูงถึง 6000 Pa และระบบนำทาง Reactive 3D ที่ใช้เซนเซอร์สแกนสิ่งของแบบสามมิติ ช่วยให้เดินหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำ มีระบบขัดถูพื้น VibraRise 2.0 ที่ขัดถูด้วยความเร็ว 3,000 ครั้งต่อนาที และยังมาพร้อมแท่น RockDock ที่เป็นได้ทั้งแท่นชาร์จ, เก็บฝุ่น, เติมน้ำ, ซักผ้าถู และเป่าแห้งอัตโนมัติ

Roborock S8 Pro Ultra มีความจุกล่องเก็บฝุ่น 0.35 ลิตร แบตเตอรี่อายุการใช้งานยาวนานถึง 180 นาที และมีน้ำหนักเครื่อง 23.6 กิโลกรัม โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับแท่น RockDock Ultra ซึ่งมีระบบต่างๆ มากมาย เช่น ระบบซักผ้าถู, ระบบดูดทิ้งฝุ่น, ระบบเติมน้ำ, ระบบชำระล้างแท่นชาร์จ และระบบเป่าแห้งด้วยลมร้อน ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลรักษาเครื่องและแท่นชาร์จเอง เหมาะสำหรับบ้านที่มีขนาดใหญ่หรือต้องดูดฝุ่นถูพื้นบ่อยๆ

ราคาของ Roborock S8 Pro Ultra อยู่ที่ 35,999 บาท ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณสมบัติและประสิทธิภาพการทำงานที่ได้ อีกทั้งยังได้รับการการันตีด้วยการทดสอบระดับสากลจากโรโบร็อคและบริษัทฯ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจหากกำลังมองหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นระดับไฮเอนด์

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Roborock S8 Pro Ultra เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยแรงดูด 6000 Pa และระบบนำทางแบบสามมิติ พร้อมด้วยแท่น RockDock Ultra ที่ให้ความสะดวกสบายในการชาร์จและดูแลรักษาอย่างอัตโนมัติ เหมาะสำหรับบ้านขนาดใหญ่ที่ต้องการความสะอาดอย่างล้ำสมัยและไม่ต้องการดูแลรักษาอย่างยุ่งยาก

2. Xiaomi Robot Vacuum X10+

Xiaomi Robot Vacuum X10+

Xiaomi Robot Vacuum X10+ เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นอัจฉริยะที่มีแรงดูดสูง 4000PA และระบบนำทาง AI พร้อมฟังก์ชันครบครันและแท่นชาร์จอัจฉริยะ

แรงดูด4000 Pa
น้ำหนักเครื่อง3.80 kg
อายุการใช้งานแบตเตอรี่120 นาที

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Xiaomi Robot Vacuum X10+ เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Xiaomi ที่มาพร้อมกับแรงดูดสูงสุดถึง 4000PA สามารถนำทางได้อย่างแม่นยำด้วยกล้อง AI และเซนเซอร์ 3 มิติ ร่วมกับเลเซอร์ ช่วยให้สแกนสิ่งของได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีระบบถูพื้นด้วยผ้าม็อบกลมคู่ที่หมุนด้วยแรงกดสูง

X10+ มีความจุกล่องเก็บฝุ่น 350 มิลลิลิตร และถังเก็บน้ำ 80 มิลลิลิตร แบตเตอรี่ความจุ 5200mAh ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 120 นาที น้ำหนักเครื่อง 3.8 กิโลกรัม มาพร้อมแท่นชาร์จอัจฉริยะที่มีฟังก์ชันครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบทำความสะอาดและอบแห้งผ้าม็อบอัตโนมัติ ระบบเติมน้ำและเก็บฝุ่นอัตโนมัติ รวมถึงยังสามารถควบคุมผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดาย

จุดเด่นของ Xiaomi X10+ คือการออกแบบที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ในราคา 19,999 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับประสิทธิภาพและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ได้รับ เหมาะสำหรับบ้านขนาดกลางถึงใหญ่ ที่ต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ทำงานได้อย่างอัจฉริยะและมีประสิทธิภาพสูง

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Xiaomi Robot Vacuum X10+ นับเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมด้วยแรงดูดสูง 4000PA และระบบนำทาง AI สำหรับความแม่นยำสูงในการทำความสะอาด พร้อมแท่นชาร์จอัจฉริยะที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งานและการดูแลรักษา ทำให้เหมาะสำหรับบ้านขนาดใหญ่ที่ต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ทรงประสิทธิภาพและอัจฉริยะในราคา 19,999 บาท

3. Dreame Bot L20 Ultra

Dreame Bot L20 Ultra

Dreame Bot L20 Ultra เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นพรีเมียมที่มีแรงดูดสูงสุดในตลาด 7,000 Pa พร้อมระบบถูพื้นอัจฉริยะและแท่นชาร์จที่มีฟีเจอร์ครบครัน

แรงดูด7000 Pa
น้ำหนักเครื่อง3.70 kg
อายุการใช้งานแบตเตอรี่260 นาที

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Dreame Bot L20 Ultra เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นรุ่นพรีเมียม ที่มาพร้อมกับแรงดูดสูงถึง 7,000 Pa ซึ่งเป็นแรงดูดที่สูงที่สุดในตลาดขณะนี้ มีระบบถูพื้นอัจฉริยะ MopExtend ที่สามารถขยายออกไปถูพื้นตามขอบและมุมห้องได้ดี และยังมีฟีเจอร์กำจัดผ้าม็อบโดยอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบพรมที่มีความสูงมากกว่า 10.5 มม.

L20 Ultra ใช้ระบบ CleanGenius ในการตรวจจับคราบสกปรกที่พื้น ทำความสะอาดในจุดที่สกปรกซ้ำโดยอัตโนมัติ รวมถึงใช้กล้อง AI และไฟ LED เพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์แปลกใหม่อย่างแท่นชาร์จอเนกประสงค์ ที่มีทั้งระบบล้างทำความสะอาดและอบแห้งผ้าม็อบอัตโนมัติ ระบบเติมน้ำและน้ำยาทำความสะอาด รวมถึงระบบเก็บฝุ่นอัตโนมัติ

Dreame Bot L20 Ultra มีความจุแท้งค์น้ำสะอาด 4.5 ลิตร แท้งค์น้ำเสีย 4.0 ลิตร พร้อมถุงเก็บฝุ่นความจุ 3.2 ลิตร ซึ่งสามารถจุฝุ่นได้นานสูงสุด 75 วัน แบตเตอรี่ 6,400mAh ใช้งานต่อเนื่องได้ 260 นาทีในโหมดเงียบ โดยตัวเครื่องมีขนาด 35 x 35 x 10.4 ซม. น้ำหนัก 3.7 กก. ราคาอยู่ที่ 35,990 บาท เหมาะสำหรับบ้านพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพและฟีเจอร์ครบครัน

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Dreame Bot L20 Ultra เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับบ้านพื้นที่ขนาดใหญ่ด้วยแรงดูดที่สูงที่สุดในตลาดและระบบถูพื้นอัจฉริยะ นอกจากนี้ยังมีแท่นชาร์จอเนกประสงค์ที่ให้ความสะดวกสบายสูงสุดในการดูแลรักษาเครื่องและผ้าม็อบ

4. AUTOBOT LAZER 6

AUTOBOT LAZER 6

AUTOBOT LAZER 6 เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นระดับพรีเมียมที่ให้ประสิทธิภาพการทำความสะอาดอย่างล้ำลึกด้วยระบบ Professional Mop หลากหลายฟังก์ชัน และระบบอบแห้งผ้าถูอัตโนมัติ

แรงดูด3200 Pa
น้ำหนักเครื่อง4.10 kg
อายุการใช้งานแบตเตอรี่240 นาที

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

AUTOBOT LAZER 6 เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมระบบ Professional Mop ซึ่งรวมฟังก์ชันการถูพื้นยอดนิยม 4 แบบไว้ในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำอิเล็กโทรไลต์ออแกนิค, ถูพื้นรูปตัว Y, ขัดพื้นแบบสั่นสะเทือน และถูพื้นซ้ำ 2 รอบ เพื่อความสะอาดอย่างล้ำลึก นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Mop Lift ที่ยกม็อบสูงขึ้นได้ถึง 8 มม. เมื่อต้องเดินผ่านพรม

AUTOBOT LAZER 6 มีถังเก็บน้ำสะอาดและน้ำเสียแยกจากกัน ความจุรวม 4 ลิตร พร้อมระบบอบแห้งผ้าถูโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันเชื้อรา มีเซนเซอร์ TOF ถึง 8 ตัว ช่วยให้เดินหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้แม่นยำ และใช้เทคโนโลยี Quick Mapping ในการสร้างแผนที่ขณะทำงาน เพื่อเริ่มต้นทำความสะอาดได้ทันที

โดยสรุป AUTOBOT LAZER 6 มีแรงดูด 3,200 Pa, กล่องเก็บฝุ่นขนาด 450 มล., ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 240 นาทีต่อการชาร์จ 1 ครั้ง, น้ำหนักตัวเครื่อง 4.1 กก., ขนาดเครื่อง 353 x 353 x 96.5 มม., ระดับเสียงเพียง 72 dB และมีระยะเวลารับประกัน 1 ปี ราคาอยู่ที่ 21,990 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่นประสิทธิภาพสูงในระดับพรีเมียม แต่ราคายังคุ้มค่า

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

AUTOBOT LAZER 6 เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยระบบถูพื้นแบบมืออาชีพและการอบแห้งผ้าถูอัตโนมัติ ช่วยให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่ายและไม่ต้องกังวลเรื่องเชื้อรา พร้อมราคาที่คุ้มค่ากับฟีเจอร์ครบครันที่ได้รับ

5. Lydsto Robot G2

Lydsto Robot G2

Lydsto Robot G2 เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น 4 in 1 ที่มีฟีเจอร์ครบครัน ตั้งแต่การดูดฝุ่นแรงสูง ถูพื้นปรับไหลของน้ำได้ พร้อมเทคโนโลยีฆ่าเชื้อในถังเก็บฝุ่น

แรงดูด3000 Pa
น้ำหนักเครื่อง9.70 kg
อายุการใช้งานแบตเตอรี่120 นาที

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Lydsto Robot G2 เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น 4 in 1 ที่มาพร้อมฟังก์ชันการทำงานครบครัน ทั้งดูดฝุ่นด้วยแรงดูด 3000 Pa, ถูพื้นพร้อมปรับการไหลของน้ำได้ 3 ระดับ, ถังเก็บฝุ่นแยกขนาด 3 ลิตร และเทคโนโลยี Ozone ฆ่าเชื้อโรคในถังเก็บฝุ่น

จุดเด่นของ Lydsto G2 คือการออกแบบที่ใส่ใจรายละเอียด ด้วยถังเก็บฝุ่นความจุ 310 มล. และถังเก็บน้ำ 250 มล. แบบ 2 in 1 ใช้งานสะดวก ตัวเครื่องมีความสูงเพียง 7.9 ซม. สามารถเข้าทำความสะอาดใต้เตียงและเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ความจุ 2600 mAh ใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 2 ชั่วโมง มีฟีเจอร์กลับมาชาร์จเองโดยอัตโนมัติ และเชื่อมต่อแอป Mi Home เพื่อควบคุมการทำงานได้จากระยะไกล

โดยสรุป Lydsto Robot G2 มีน้ำหนักตัวเครื่อง 9.7 กก. ขนาดเครื่อง 350 x 350 x 79 มม. ขนาดถังเก็บฝุ่น 276 x 217 x 300 มม. ในกล่องประกอบไปด้วยตัวเครื่อง, แท่นชาร์จ, อุปกรณ์เสริม และคู่มือการใช้งาน ในราคาเพียง 8,990 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสมรรถนะดี ในงบประมาณไม่เกิน 10,000 บาท

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Lydsto Robot G2 นับเป็นตัวเลือกที่ดีด้วยฟังก์ชันการทำงาน 4 in 1 ที่ครบครันและเทคโนโลยี Ozone ในการฆ่าเชื้อโรค รวมถึงการออกแบบที่เหมาะกับการใช้งานในทุกพื้นที่ภายในบ้าน ในราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่าย

6. ROIDMI EVE Plus

ROIDMI EVE Plus

ROIDMI EVE Plus เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นพรีเมียมจาก Xiaomi ที่มาพร้อมฟังก์ชันครบครัน รวมถึงแท่นชาร์จอัจฉริยะที่สามารถดูดฝุ่นและซักผ้าถูโดยอัตโนมัติ พร้อมพลังดูดสูงและรองรับการสั่งงานด้วยเสียง

แรงดูด3000 Pa
น้ำหนักเครื่อง3.60 kg
อายุการใช้งานแบตเตอรี่2.30 ชั่วโมง

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

ROIDMI EVE Plus เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นพรีเมียมจากแบรนด์ในเครือ Xiaomi ที่มาพร้อมกับแท่นชาร์จอเนกประสงค์ ซึ่งนอกจากชาร์จไฟแล้ว ยังมีฟังก์ชันดูดฝุ่นจากตัวเครื่อง รวมถึงซักและอบแห้งผ้าถูโดยอัตโนมัติ บนแท่นชาร์จมีหน้าจอ LED แสดงสถานะการทำงาน เพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้งาน

ตัวเครื่องมีพลังดูดสูงถึง 3000 Pa พร้อมผ้าถูพื้นแบบคู่ที่สามารถขัดถูพื้นด้วยแรงกดสูงถึง 12 นิวตัน กล่องเก็บฝุ่นขนาด 300 มล. และแบตเตอรี่อายุการใช้งาน 2 ชั่วโมง 30 นาที EVE Plus รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant และ Alexa อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานมากขึ้น

สำหรับสเปกโดยรวม EVE Plus มีน้ำหนักตัวเครื่อง 3.6 กก. ขนาดหุ่นยนต์ 350 x 350 x 98 มม. และขนาดแท่นชาร์จ 358 x 350 x 175 มม. เหมาะสำหรับใช้ทำความสะอาดพื้นที่ 250 ตร.ม. หรือบ้านขนาดกลางถึงใหญ่ สามารถข้ามสิ่งกีดขวางสูง 20 มม. ได้อย่างง่ายดาย ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 27,350 บาท อาจจะสูงกว่าหุ่นยนต์ทำความสะอาดทั่วไป แต่ก็มาพร้อมกับฟังก์ชันพรีเมียมที่ช่วยอำนวยความสะดวกและลดภาระในการดูแลรักษา เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพเหนือระดับ

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

ROIDMI EVE Plus ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเนื่องจากมาพร้อมกับฟีเจอร์พรีเมียม เช่น แท่นชาร์จที่มีหลายฟังก์ชันรวมถึงซักและอบผ้าถูอัตโนมัติ และมีพลังดูดสูงพร้อมผ้าถูพื้นแบบคู่ ช่วยลดภาระในการทำความสะอาดและเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานอย่างมาก

7. Mister Robot Hybrid Map Pro

Mister Robot Hybrid Map Pro

Mister Robot Hybrid Map Pro เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีฟังก์ชันครบครันและระบบสร้างแผนที่อัจฉริยะ พร้อมแท่นชาร์จที่ดูดฝุ่นเข้าถังเก็บได้โดยอัตโนมัติ

แรงดูด3000 Pa
น้ำหนักเครื่อง3.60 kg
อายุการใช้งานแบตเตอรี่120 นาที

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Mister Robot Hybrid Map Pro เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่ล่าสุดปี 2023 ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันครบครัน ทั้งดูดฝุ่น ถูพื้น สร้างแผนที่ และทำความสะอาดตัวเองได้ มีแรงดูดสูงสุดถึง 3,000 Pa สามารถปรับโหมดการทำงานได้ 4 แบบ เพื่อให้เหมาะกับพื้นผิวและสิ่งสกปรกที่แตกต่างกัน

จุดเด่นของรุ่นนี้คือแท่นชาร์จที่มีถังเก็บฝุ่นในตัว ความจุสูงถึง 3,500 มล. พร้อมระบบดูดฝุ่นเข้าถังโดยอัตโนมัติ ช่วยป้องกันปัญหาฝุ่นอุดตันในตัวเครื่อง ส่วนกล่องเก็บฝุ่นของตัวเครื่องสามารถจุได้ 300 มล. และมีกล่องน้ำสำหรับถูพื้นจุได้ 250 มล.

Hybrid Map Pro ใช้ระบบเซนเซอร์ในการสร้างแผนที่ห้อง เพื่อวางแผนการทำความสะอาดอย่างเป็นระบบ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดจุดใดไป แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนอายุการใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 120 นาที สามารถเชื่อมต่อและสั่งงานผ่านแอป HYBRID SERIES ได้อย่างง่ายดาย ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 12,900 บาท และมีระยะเวลารับประกันตัวเครื่อง 1 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพการทำความสะอาดในระดับสูง แต่ราคายังไม่แพงจนเกินไป

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Mister Robot Hybrid Map Pro ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะมีคุณสมบัติครบครันทั้งดูดฝุ่น ถูพื้น สร้างแผนที่อัตโนมัติ และมีแท่นชาร์จที่ดูดฝุ่นเข้าถังเก็บโดยอัตโนมัติ ช่วยลดปัญหาฝุ่นอุดตันและเพิ่มความสะดวกในการทำความสะอาด ทั้งยังมีราคาที่เข้าถึงได้และรับประกันตัวเครื่อง 1 ปี

8. iRobot Roomba i2

iRobot Roomba i2

iRobot Roomba i2 เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้การทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องง่ายและไม่ต้องกังวลเรื่องขนสัตว์เลี้ยงพันแปรง อำนวยความสะดวกด้วยระบบนำทางอัจฉริยะและสามารถควบคุมผ่านแอปได้

แรงดูด6000 Pa
น้ำหนักเครื่อง3.18 kg
อายุการใช้งานแบตเตอรี่90 นาที

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

iRobot Roomba i2 เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มาพร้อมกับแปรงยางคู่เฉพาะของ iRobot ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น ปรับตัวเข้ากับพื้นผิวที่แตกต่างกันได้ดี พร้อมยังช่วยลดปัญหาขนสัตว์เลี้ยงพันแปรง มีเทคโนโลยี Dirt Detect ที่จะตรวจจับบริเวณที่สกปรกและดูดฝุ่นซ้ำจนกว่าจะสะอาด

Roomba i2 มีระบบนำทาง iAdapt 2.0 ช่วยให้วางแผนการทำความสะอาดเป็นระเบียบ ครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 150 ตร.ม. โดยจะเดินกลับไปชาร์จเองเมื่อแบตเตอรี่อ่อน และกลับมาทำความสะอาดต่อหลังชาร์จเต็ม สามารถสั่งงานผ่านแอป iRobot Home ได้อย่างง่ายดาย แต่รุ่นนี้ไม่มีฟังก์ชันถูพื้น

สเปคโดยรวมของ Roomba i2 คือ มีแรงดูดสูงสุด 6000 Pa, กล่องเก็บฝุ่นขนาด 0.40 ลิตร, น้ำหนักเครื่อง 3.18 กก. และแบตเตอรี่อายุการใช้งาน 90 นาที ราคาอยู่ที่ 19,900 บาท เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่นประสิทธิภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง iRobot แต่ไม่จำเป็นต้องมีฟีเจอร์พิเศษอย่างการถูพื้น

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

iRobot Roomba i2 เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการทำความสะอาดบ้านอย่างมีประสิทธิภาพด้วยแปรงยางคู่เฉพาะที่ตอบโจทย์ปัญหาขนสัตว์เลี้ยงและเทคโนโลยีตรวจจับความสกปรก พร้อมระบบนำทางอัจฉริยะที่ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างและการควบคุมที่สะดวกผ่านแอป เหมาะสำหรับทุกครัวเรือนที่ต้องการความง่ายในการดูแลความสะอาด

9. Airbot A510

Airbot A510

Airbot A510 เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น 3-in-1 ที่มีความสามารถในการดูดฝุ่น กวาด และถูพื้นในเครื่องเดียว พร้อมดีไซน์บางเฉียบและเทคโนโลยีอัจฉริยะในราคาที่คุ้มค่า

แรงดูด2500 Pa
น้ำหนักเครื่อง2.50 kg
อายุการใช้งานแบตเตอรี่120 นาที

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Airbot A510 เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น 3-in-1 ที่สามารถดูดฝุ่น กวาด และถูพื้นได้ในเครื่องเดียว มาพร้อมกับแรงดูดสูงสุด 2500 Pa และแปรงคู่ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดได้มากกว่า 50% มีถังเก็บฝุ่นขนาด 0.60 ลิตร และถังเก็บน้ำขนาด 200 มล. สำหรับใช้ถูพื้น

ด้วยดีไซน์ที่บางเพียง 7 ซม. ทำให้ A510 สามารถเข้าทำความสะอาดใต้เตียง โซฟา หรือเฟอร์นิเจอร์เตี้ยๆ ได้อย่างง่ายดาย มีเซนเซอร์ตรวจจับขอบ ป้องกันการตกเวลาเจอขอบต่างระดับ ผู้ใช้สามารถสั่งงานผ่านแอป Tuya Smart เพื่อกำหนดโหมดการทำความสะอาด ตั้งเวลา และควบคุมการทำงานได้จากระยะไกล โดยมีโหมดให้เลือกถึง 4 แบบ

Airbot A510 มีน้ำหนักเครื่อง 2.5 กก. แบตเตอรี่ความจุ 2600 mAh ใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 2 ชั่วโมง และมีระดับเสียงเงียบ ไม่รบกวนการพักผ่อน ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 4,999 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับใครที่กำลังมองหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสเปกดี ราคาไม่แพง โดยมีระยะเวลารับประกันความเสียหายของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และมอเตอร์หลัก แต่ไม่ครอบคลุมการชำรุดจากการใช้งานผิดวิธี

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Airbot A510 เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าด้วยความสามารถ 3-in-1 ในการดูดฝุ่น กวาด และถูพื้นได้ในเครื่องเดียว มาพร้อมกับแรงดูดสูงและดีไซน์ที่บางเพียง 7 ซม. ช่วยให้เข้าถึงได้ทุกมุมของบ้านได้อย่างง่ายดาย ทำให้เหมาะสมกับทุกครัวเรือนที่ต้องการความสะดวกและประสิทธิภาพในการทำความสะอาด

10. TEFAL X-PLORER SERIE 45 RG8275WH

TEFAL X-PLORER SERIE 45 RG8275WH

TEFAL X-PLORER SERIE 45 RG8275WH เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงพร้อมฟังก์ชันถูพื้น เซนเซอร์ 3 ชั้นสำหรับนำทางอัจฉริยะและการควบคุมผ่านแอปบนมือถือ

แรงดูด1200 Pa
น้ำหนักเครื่อง3.66 kg
อายุการใช้งานแบตเตอรี่150 นาที

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

TEFAL X-PLORER SERIE 45 RG8275WH เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการทำความสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเซนเซอร์ 3 ชั้น ได้แก่ เซนเซอร์อินฟราเรด, เซนเซอร์ป้องกันการชน และเซนเซอร์ตรวจจับพื้นต่างระดับ ช่วยให้นำทางและหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำ

นอกจากการดูดฝุ่นแล้ว RG8275WH ยังมาพร้อมฟังก์ชันถูพื้นในตัว ด้วยแท้งก์น้ำขนาด 110 มล. และแผ่นถูพื้นไมโครไฟเบอร์ 2 ผืน ให้คุณเลือกสลับใช้ได้ตามต้องการ มีโหมดการทำความสะอาดให้เลือก 3 แบบ รวมถึงสามารถควบคุมการทำงานผ่านแอป Tefal Robots บนมือถือได้อย่างสะดวก ใช้งานได้กับทุกพื้นผิว แม้แต่พรมหนาไม่เกิน 15 มม.

RG8275WH มีแรงดูดสูงสุด 1200 Pa พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 2200mAh อายุการใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 150 นาที หรือครอบคลุมพื้นที่ 150 ตร.ม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง น้ำหนักเครื่อง 3.66 กก. ขนาดเครื่อง 325 x 80 มม. (เส้นผ่านศูนย์กลาง x ความสูง) กล่องเก็บฝุ่นความจุ 0.44 ลิตร ให้คุณถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย

ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 6,290 บาท พร้อมรับประกันคุณภาพถึง 2 ปี และมีอะไหล่ให้เปลี่ยนหรือซ่อมแซมได้นานถึง 10 ปี จึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพที่คุ้มค่าคุ้มราคา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่นคุณภาพดีจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Tefal

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

TEFAL X-PLORER SERIE 45 RG8275WH มอบประสิทธิภาพการทำความสะอาดที่เหนือกว่าด้วยเซนเซอร์ 3 ชั้นสำหรับนำทางอัจฉริยะและฟังก์ชันถูพื้น รวมถึงการรับประกันคุณภาพนานถึง 2 ปี และบริการหลังการขายเป็นเวลา 10 ปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับทุกครัวเรือนที่ต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่นคุณภาพดีที่ใช้งานง่ายและมีความทนทาน

เลือกโรบอทดูดฝุ่นอย่างไรให้เหมาะกับบ้าน

การเลือกโรบอทดูดฝุ่นที่เหมาะสมกับบ้านของคุณเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้บ้านของคุณสะอาดและปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว การพิจารณาเลือกโรบอทดูดฝุ่นควรอิงจากแรงดูด, น้ำหนักเครื่อง และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยให้คุณได้โรบอทดูดฝุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานในบ้านของคุณมากที่สุด

  • แรงดูด: เป็นปัจจัยหลักที่บ่งบอกถึงความสามารถในการทำความสะอาดของโรบอท โรบอทที่มีแรงดูดสูงสามารถขจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกได้ล้ำลึกและเร็วขึ้น
  • น้ำหนักเครื่อง: ควรเลือกโรบอทที่มีน้ำหนักเหมาะสม เพื่อความสะดวกในการย้ายและจัดเก็บ โรบอทที่น้ำหนักเบา มักจะเคลื่อนที่ได้ง่ายกว่า
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่: ควรพิจารณาโรบอทที่มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่นาน เพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นในการชาร์จหนึ่งครั้ง

การพิจารณาเลือกโรบอทดูดฝุ่นควรอิงตามตารางข้อมูลด้านล่าง เพื่อการเปรียบเทียบที่ง่ายขึ้น:

ปัจจัยความสำคัญ
แรงดูดต้องมีความสามารถในการขจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกได้ล้ำลึก
น้ำหนักเครื่องเลือกเครื่องที่มีน้ำหนักเหมาะสม เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บและย้ายที่
อายุการใช้งานแบตเตอรี่เลือกเครื่องที่มีแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน เพื่อการทำความสะอาดที่ไม่ถูกขัดจังหวะ

วิธีการรักษาและดูแลอายุการใช้งานแบตเตอรี่

การดูแลและรักษาแบตเตอรี่ของโรบอทดูดฝุ่นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานและประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง โดยการดูแลรักษาแบตเตอรี่ของโรบอทดูดฝุ่นอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เครื่องของคุณสามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น และลดโอกาสของการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ ซึ่งจะทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยครั้ง

แนะนำวิธีง่าย ๆ ในการดูแลรักษาแบตเตอรี่ของโรบอทดูดฝุ่นของคุณ

  • การชาร์จแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี: ควรชาร์จแบตเตอรี่เมื่อมันเริ่มหมด และหลีกเลี่ยงการชาร์จเกินความจำเป็น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่
  • การเก็บเครื่องในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม: ควรเก็บโรบอทดูดฝุ่นในที่ที่มีอุณหภูมิปกติ หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็ว
  • ตรวจสอบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ: ควรตรวจสอบความสามารถในการเก็บประจุของแบตเตอรี่เป็นประจำ เพื่อตรวจสอบว่าแบตเตอรี่ยังทำงานได้ดีหรือไม่

การดูแลรักษาแบตเตอรี่ในตารางด้านล่างจะช่วยให้คุณเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามได้ง่ายขึ้น:

การดูแลรักษาคำอธิบาย
การชาร์จแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เริ่มหมด และหลีกเลี่ยงการชาร์จต่อเนื่องเกินความจำเป็น
การเก็บเครื่องในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเก็บโรบอทในที่ที่มีอุณหภูมิปกติ หลีกเลี่ยงที่ร้อนหรือเย็นเกินไป
ตรวจสอบประสิทธิภาพแบตเตอรี่ตรวจสอบความสามารถในการเก็บประจุของแบตเตอรี่เป็นประจำ

เทคนิคการเลือกโรบอทดูดฝุ่นสำหรับพื้นผิวต่าง ๆ

การเลือกโรบอทดูดฝุ่นที่เหมาะสมกับประเภทของพื้นผิวในบ้านคือหัวใจหลักของการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ แรงดูดเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา เพราะแต่ละพื้นผิวต้องการแรงดูดที่แตกต่างกัน เพื่อขจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจด ไม่ว่าจะเป็นพื้นกระเบื้อง, พรม, หรือพื้นไม้

  • พื้นกระเบื้อง: โรบอทที่มีแรงดูดปานกลางถึงสูงสามารถขจัดสิ่งสกปรกออกจากพื้นกระเบื้องได้ดี
  • พรม: ต้องการโรบอทดูดฝุ่นที่มีแรงดูดสูงเพื่อขจัดเศษฝุ่นและขนสัตว์ที่ฝังลึก
  • พื้นไม้: ควรใช้โรบอทที่มีแรงดูดปานกลางและมีประจุแปรงที่อ่อนนุ่มเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน

การเลือกโรบอทดูดฝุ่นตามประเภทพื้นผิวสามารถดูได้จากตารางด้านล่าง:

ประเภทพื้นผิวความต้องการแรงดูดคำแนะนำ
พื้นกระเบื้องปานกลางถึงสูงเลือกโรบอทที่มีแรงดูดสูงเพื่อความสะอาดที่ล้ำลึก
พรมสูงต้องการแรงดูดสูง เพื่อขจัดฝุ่นและขนสัตว์ที่ฝังลึก
พื้นไม้ปานกลางใช้ประจุแปรงที่อ่อนนุ่ม เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน

การเข้าใจความต้องการของแต่ละประเภทพื้นผิวจะช่วยให้คุณเลือกโรบอทดูดฝุ่นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบ้านของคุณ ทำให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่ายและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยไม่เสียเวลาหรือเงินทุนไปกับเครื่องที่ไม่ตอบโจทย์

การเลือกโรบอทดูดฝุ่นที่เหมาะสมกับบ้านไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้จักเทคนิคและมีข้อมูลที่เพียงพอ บ้านของคุณจะสะอาด และจะมีเวลามากขึ้นสำหรับการทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่คุณรัก เราได้แนะนำ 10 แบรนด์ โรบอทดูดฝุ่น ที่ดีที่สุด โดยพิจารณาจากแรงดูด น้ำหนักเครื่อง และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ เพื่อให้การเลือกซื้อเครื่องไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป และได้ตัวช่วยในการรักษาความสะอาดพื้นบ้านที่มีประสิทธิภาพสูง

นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอข้อมูลเสริมที่จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีการเลือกโรบอทดูดฝุ่นให้เหมาะกับพื้นที่และลักษณะของบ้าน ได้แก่ เทคนิคในการเลือกตามประเภทพื้นผิว การรู้จักและดูแลรักษาแบตเตอรี่เพื่อยืดอายุการใช้งาน และการเลือกโรบอทให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ในบ้าน ทั้งหมดนี้จะช่วยให้บ้านของคุณสะอาด และช่วยรักษาความสะอาดพื้นบ้านได้อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งบางรุ่นยังสามารถใช้ฟังก์ชันเสริม เช่น ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน กำหนดเวลาทำงาน ด้วยโรบอทดูดฝุ่นที่คุณเลือกมาอย่างดีที่สุดได้อีกด้วย

คำถามที่พบบ่อย

1. ทำไมต้องพิจารณาแรงดูดเมื่อเลือกโรบอทดูดฝุ่น?

แรงดูดเป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกถึงความสามารถในการทำความสะอาดของโรบอทดูดฝุ่น โรบอทที่มีแรงดูดสูงสามารถขจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกได้อย่างล้ำลึก ช่วยให้บ้านสะอาดมากขึ้น

2. น้ำหนักเครื่องมีผลอย่างไรต่อการใช้งานโรบอทดูดฝุ่น?

น้ำหนักเครื่องที่เหมาะสมจะทำให้การย้ายและจัดเก็บโรบอทดูดฝุ่นง่ายขึ้น โรบอทที่มีน้ำหนักเบายังเคลื่อนที่ได้ง่ายและสะดวกในการใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ ของบ้าน

3. อายุการใช้งานแบตเตอรี่มีความสำคัญอย่างไรกับโรบอทดูดฝุ่น?

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่นาน ช่วยให้โรบอทดูดฝุ่นสามารถทำความสะอาดได้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ลดความจำเป็นในการชาร์จบ่อยครั้ง ทำให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องสะดวกและไม่ถูกขัดจังหวะ

4. ควรเลือกโรบอทดูดฝุ่นอย่างไรให้เหมาะกับพื้นผิวต่าง ๆ ในบ้าน?

การเลือกโรบอทดูดฝุ่นควรพิจารณาจากประเภทของพื้นผิวในบ้าน เช่น พื้นกระเบื้องควรใช้โรบอทที่มีแรงดูดสูง เพื่อความสะอาดที่ล้ำลึก ส่วนพื้นพรมก็ต้องการโรบอทที่มีแรงดูดสูงเพื่อขจัดฝุ่นและขนสัตว์ที่ฝังลึก และพื้นไม้ควรใช้โรบอทที่มีแปรงอ่อนนุ่ม เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน การเลือกโรบอทที่เหมาะสมจะช่วยให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่ายขึ้น

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top