10อันดับ เครื่องปริ้นสติกเกอร์ ยี่ห้อไหนดี สีสวย คมชัด ใช้งานง่าย

เครื่องปริ้นสติกเกอร์

เครื่องพิมพ์ฉลากหรือเครื่องปริ้นสติกเกอร์ คือ เครื่องพิมพ์ประเภทหนึ่งที่ใช้สำหรับพิมพ์กระดาษสติกเกอร์ เพื่อนำไปติดเป็นฉลากสินค้าโดยเฉพาะ ตัวอย่างที่เราเห็นได้บ่อยๆ ก็คือฉลากสติกเกอร์ที่แปะติดกับกล่องสินค้าต่างๆซึ่งจะมีแทบทุกกล่อง ซึ่งบนตัวฉลากก็จะประกอบไปด้วย ชื่อสินค้า ข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงบาร์โค้ดของสินค้านั้นๆ ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 10อันดับ เครื่องปริ้นสติกเกอร์ ยี่ห้อไหนดี สีสวย คมชัด ใช้งานง่าย ที่เราได้คัดสรรมาโดยพิจารณาจากระบบการพิมพ์, การเชื่อมต่อ และความละเอียดในการพิมพ์ เพื่อให้คุณเลือกเครื่องปริ้นที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากนี้ เรายังมีข้อมูลเพิ่มเติมในหัวข้อเสริม เช่น การเข้าใจระบบการพิมพ์สำหรับเครื่องปริ้นสติกเกอร์, ความสำคัญของความละเอียดในการพิมพ์ต่อคุณภาพสติกเกอร์ และเคล็ดลับในการบำรุงรักษาเครื่องปริ้นสติกเกอร์ เพื่อให้คุณได้ความรู้เพิ่มเติมและสามารถใช้เครื่องปริ้นของคุณได้อย่างเต็มที่ ส่วนสุดท้ายของบทความนี้จะเป็นการสรุปข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้คุณจำและเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น บทความนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยภาษาที่เรียบง่ายและเข้าใจง่าย เพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและลึกซึ้งในแต่ละส่วนได้ง่ายดาย

หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดอันดับสินค้า

  1. คุณภาพการพิมพ์: ความคมชัดและความละเอียดของสติกเกอร์ที่พิมพ์ออกมาเป็นปัจจัยสำคัญ เราต้องการให้เครื่องปริ้นสามารถพิมพ์ภาพและข้อความออกมาได้ชัดเจน มีสีสันที่สมจริงและคมชัด
  2. ความเร็วในการพิมพ์: สำหรับผู้ที่ต้องการพิมพ์จำนวนมาก ความเร็วในการพิมพ์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ เรามองหาเครื่องปริ้นที่สามารถจัดการงานพิมพ์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ลดทอนคุณภาพ
  3. การเชื่อมต่อ: ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ อย่างง่ายดาย เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต เป็นสิ่งสำคัญ เราให้ความสำคัญกับเครื่องปริ้นที่สนับสนุนการเชื่อมต่อทั้งแบบสายและไร้สาย
  4. ความง่ายในการใช้งาน: ความสามารถในการตั้งค่าและใช้งานเครื่องปริ้นได้อย่างง่ายดาย เราพิจารณาถึงอินเตอร์เฟสผู้ใช้และคู่มือการใช้งานที่ชัดเจน
  5. ราคาและความคุ้มค่า: เราพิจารณาถึงราคาของเครื่องปริ้นและความคุ้มค่าที่ได้รับ โดยเทียบกับคุณภาพและคุณสมบัติที่เครื่องปริ้นนั้นๆ มอบให้
  6. ความน่าเชื่อถือและการบำรุงรักษา: เครื่องปริ้นที่มีความน่าเชื่อถือสูงและต้องการการบำรุงรักษาน้อยจะได้รับคะแนนสูงในการประเมินของเรา เราคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้และรีวิวจากผู้ใช้งานจริงเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ
  7. การสนับสนุนและการรับประกัน: บริการหลังการขายและการรับประกันที่ดีเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เราพิจารณา เรามองหาแบรนด์ที่มีการสนับสนุนลูกค้าอย่างเต็มที่และมอบการรับประกันที่น่าพอใจ
  8. ความยืดหยุ่นในการใช้วัสดุพิมพ์: เครื่องปริ้นที่สามารถใช้กับวัสดุพิมพ์หลากหลายชนิด เช่น กระดาษสติกเกอร์หลายประเภท จะได้รับคะแนนเพิ่ม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้
  9. การปรับแต่งได้: ความสามารถในการปรับแต่งการตั้งค่าการพิมพ์ เช่น การปรับความละเอียดของการพิมพ์หรือการเลือกโหมดการพิมพ์ต่างๆ เป็นองค์ประกอบที่เราพิจารณาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับใช้เครื่องปริ้นได้อย่างตรงกับความต้องการ

10อันดับ เครื่องปริ้นสติกเกอร์

1.Niimbot D101

Niimbot D101

Niimbot D101 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบความร้อนขนาดกะทัดรัดที่เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ รองรับพิมพ์หลายประเภททั้งข้อความและรูปภาพ พร้อมเทคโนโลยี RFID และเทมเพลตหลากหลาย

ระบบการพิมพ์Direct Thermal
ขนาด7.9 x 4.5 x 1.3 ซม.
การเชื่อมต่อBluetooth
ความละเอียดในการพิมพ์203 dpi

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Niimbot D101 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบความร้อนโดยตรง (Direct Thermal) ขนาดกะทัดรัด 7.9 x 4.5 x 1.3 ซม. ที่เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ สามารถพิมพ์ฉลากที่มีความละเอียด 203 dpi ได้หลากหลายประเภท ทั้งข้อความ รูปภาพ คิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด โดยสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน NIIMBOT ที่รองรับทั้ง iOS และ Android

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้ใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้หมึก ไม่มีสายพาน และมีระบบป้องกันการพิมพ์ฉลากเปล่า สามารถพิมพ์บนกระดาษความร้อนขนาด 10-25 มิลลิเมตรด้วยความเร็ว 30-60 มิลลิเมตรต่อวินาที มีแบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์ 1200mAh ในตัว

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยี RFID อัจฉริยะ ระบบจดจำเสียง ภาพ และบาร์โค้ด พร้อมเทมเพลตอุตสาหกรรมหลายพันแบบให้เลือกใช้ เหมาะสำหรับงานพิมพ์ฉลากในร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต เบเกอรี่ ไปจนถึงงานภายในบ้าน โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,099 บาท

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Niimbot D101 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบความร้อนที่เหมาะสำหรับทุกสถานการณ์ด้วยความสามารถในการพิมพ์หลากหลายประเภท การใช้งานที่ง่าย และเทคโนโลยี RFID ที่ล้ำสมัย ในราคาที่เอื้อมถึงได้ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการพิมพ์ฉลากในทุกความต้องการ

2.BARIGAN GG-9200BL

BARIGAN GG-9200BL

BARIGAN GG-9200BL เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาดกะทัดรัดที่ให้ความละเอียด 203 dpi, รองรับการพิมพ์ผ่านบลูทูธและ USB

ระบบการพิมพ์Direct Thermal
ขนาด18 x 11.5 x 10.7 ซม.
การเชื่อมต่อแอปบนมือถือ
ความละเอียดในการพิมพ์203 dpi

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

BARIGAN GG-9200BL เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาด 18 x 11.5 x 10.7 ซม. ที่ใช้ความร้อนในการพิมพ์แทนการใช้หมึก ให้ความละเอียดในการพิมพ์ 203 dpi สามารถพิมพ์ฉลากขาวดำได้อย่างคมชัด เหมาะสำหรับพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุของ Shopee, Lazada หรือขนส่งต่างๆ

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้มีแอปพลิเคชันและโปรแกรมรองรับการสั่งงานทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ผ่านการเชื่อมต่อบลูทูธหรือพอร์ต USB สามารถพิมพ์กระดาษความร้อนกว้าง 40-110 มม. หรือสติกเกอร์ที่สามารถตัดแปะได้ทันที โดยสามารถออกแบบฉลากเองได้ ไม่ว่าจะเป็นฉลากยา ฉลากสินค้า หรือฉลากเครื่องประดับ

เครื่องพิมพ์ความร้อนไม่ต้องการหมึก ทำให้ไม่เลอะเทอะ พิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ประกอบการออนไลน์ โดยเฉพาะบน Shopee, Lazada หรือ TikTok มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,990 บาท

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

BARIGAN GG-9200BL สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ประกอบการออนไลน์ด้วยความสามารถในการพิมพ์ฉลากคมชัดที่ 203 dpi และการเชื่อมต่อทั้งบลูทูธและ USB รวมถึงการออกแบบฉลากได้ตามต้องการและไม่ต้องการหมึก ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจออนไลน์

3.BARIGAN BG-IN20

BARIGAN GG-9200BL

BARIGAN BG-IN20 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ที่มีหัวพิมพ์จากญี่ปุ่น รองรับการเชื่อมต่อหลายช่องทางรวมถึง Wi-Fi มาพร้อมฟีเจอร์ลดการเสียกระดาษและมีบริการหลังการขาย

ระบบการพิมพ์Direct Thermal
ขนาด32.3 x 28.2 x 17.1 ซม.
การเชื่อมต่อBluetooth, Wi-Fi
ความละเอียดในการพิมพ์203 dpi

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

BARIGAN BG-IN20 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาด 32.3 x 28.2 x 17.1 ซม. ที่มีหัวพิมพ์นำเข้าจากญี่ปุ่น ให้ความละเอียดในการพิมพ์ 203 dpi สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง USB, Bluetooth และ Wi-Fi ทำให้ใช้งานได้กับอุปกรณ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน โน้ตบุ๊ก หรือคอมพิวเตอร์

สั่งงานได้ผ่านแอปพลิเคชัน Bartender ที่ช่วยออกแบบบาร์โค้ดได้อย่างสะดวก แต่ไม่รองรับการพิมพ์ผ่านแอปของขนส่งอย่าง Flash, Kerry, J&T หรือ Best โดยต้องสั่งการผ่านเว็บไซต์แทน เครื่องพิมพ์รุ่นนี้ยังมีฟีเจอร์ลดการเสียกระดาษใบแรก ช่วยประหยัดต้นทุนได้

เครื่องพิมพ์รุ่น BG-IN20 มีให้เลือก 3 แบบ คือ USB, USB+Bluetooth และ USB+Wi-Fi ซึ่งรุ่น Wi-Fi สามารถเชื่อมต่อผ่านวงไวไฟเดียวกันได้หลายเครื่องพร้อมกัน มีบริการลงไดรเวอร์และสอนใช้งานให้ โดยมีการรับประกันในประเทศไทย 1 ปี และมีบริการหลังการขาย ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,250 บาท

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

BARIGAN BG-IN20 เป็นตัวเลือกที่ดีเนื่องจากมีหัวพิมพ์คุณภาพสูงจากญี่ปุ่น, รองรับการเชื่อมต่อหลายแบบเพื่อความสะดวกในการใช้งานกับอุปกรณ์ต่างๆ และมาพร้อมฟีเจอร์ลดการเสียกระดาษใบแรกที่ช่วยประหยัดต้นทุน ทำให้เหมาะกับการใช้งานในหลายๆ สภาพแวดล้อมทั้งในบ้านและที่ทำงาน ในราคาที่เอื้อมถึงได้

4.Gprinter GP1324D

Gprinter GP1324D

Gprinter GP1324D เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ที่มีความละเอียด 203 dpi รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และ Bluetooth เหมาะสำหรับพิมพ์ฉลากหลากหลายประเภท

ระบบการพิมพ์Direct Thermal
ขนาด28.5 x 2.1 x 1.8 ซม.
การเชื่อมต่อBluetooth
ความละเอียดในการพิมพ์203 dpi

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Gprinter GP1324D เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาด 28.5 x 2.1 x 1.8 ซม. ที่มีความละเอียดในการพิมพ์ 203 dpi สามารถพิมพ์ได้ด้วยความเร็ว 152 มม. ต่อวินาที เหมาะสำหรับพิมพ์ฉลากสินค้า ใบปะหน้าพัสดุ ป้ายราคา ฉลากยา บาร์โค้ด และอื่นๆ

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้รองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows XP, 7, 8, 10 และ Mac (ยกเว้น Mac M1 ขึ้นไป) โดยเชื่อมต่อผ่าน USB หรือ Bluetooth (ขึ้นกับรุ่นย่อย) รองรับกระดาษความร้อนทั้งแบบม้วนและพับขนาดความกว้าง 20-100 มม. แต่ไม่รองรับกระดาษ 3 ตอนของ J&T

มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 1324D (USB), 1324D+WiFi (USB/WiFi) และ 1324D+Bluetooth (USB/Bluetooth โดยเชื่อมต่อมือถือเท่านั้น) ซึ่งสามารถพิมพ์บาร์โค้ด 1 มิติ 2 มิติ รูปภาพ โลโก้ และตัวอักษรได้ทุกแบบ แต่ไม่รองรับการใช้งานผ่านแอปขนส่งอย่าง Flash, Best และ J&T บนมือถือ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,499 บาท

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Gprinter GP1324D มีคุณสมบัติโดดเด่นด้วยความสามารถในการพิมพ์ด้วยความเร็วสูงและความละเอียด 203 dpi รองรับการเชื่อมต่อหลากหลายและการใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการทั้ง Windows และ Mac เหมาะสำหรับการพิมพ์ฉลากในหลายอุตสาหกรรม ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

5.Epson LW-K400

Epson LW-K400

Epson LW-K400 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาดกะทัดรัดที่มาพร้อมคีย์บอร์ดในตัวและหน้าจอ LCD รองรับเทปหลากหลายขนาด และพิมพ์ฉลากทนทาน

ระบบการพิมพ์Direct Thermal
ขนาด11 x 17 x 5.6 ซม.
การเชื่อมต่อไม่มีการเชื่อต่อ
ความละเอียดในการพิมพ์203 dpi

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Epson LW-K400 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาดกะทัดรัด 11 x 17 x 5.6 ซม. ที่มาพร้อมคีย์บอร์ดในตัว จึงใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น มีหน้าจอ Backlit LCD ขนาด 128 x 32 จุด แสดงผลได้ชัดเจนแม้ในที่มืด

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้รองรับเทปขนาด 9, 12 และ 18 มม. พิมพ์ได้หลากหลายฟอนต์ สัญลักษณ์ และบาร์โค้ด ด้วยความละเอียด 180 dpi ที่ความเร็ว 6 มม.ต่อวินาที สามารถบันทึกรูปแบบฉลากที่ออกแบบไว้ได้ถึง 50 แบบ

ฉลากที่พิมพ์ออกมาผ่านการทดสอบความทนทานต่ออุณหภูมิสูงและความชื้นแล้ว สามารถติดได้บนพื้นผิวเกือบทุกชนิด ทั้งพื้นผิวโค้ง แก้ว หรือสแตนเลส โดยไม่ทิ้งคราบกาวไว้เมื่อแกะออก

Epson LW-K400 เหมาะสำหรับพิมพ์ฉลากในสำนักงาน ป้ายชื่อทรัพย์สิน หรือบาร์โค้ดสินค้า ใช้งานง่าย ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,490 บาท พร้อมการรับประกัน 1 ปี

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Epson LW-K400 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากที่ใช้งานง่ายด้วยคีย์บอร์ดและหน้าจอ LCD ในตัว รองรับเทปหลากหลายขนาดพร้อมฉลากทนทานและคุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในสำนักงานและการจัดการสินค้า

6.Niimbot B21

Niimbot B21

Niimbot B21 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาดพกพา ดีไซน์เรโทรสีสันสดใส รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธและมีฟีเจอร์หลากหลายพร้อมแบตเตอรี่ในตัว

ระบบการพิมพ์Direct Thermal
ขนาด13 x 9.5 x 6 ซม.
การเชื่อมต่อBluetooth
ความละเอียดในการพิมพ์203 dpi

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Niimbot B21 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาด 13 x 9.5 x 6 ซม. ที่มีดีไซน์เรโทรสีสันสดใส โดดเด่น พกพาสะดวก สั่งงานได้ผ่านแอป Niimbot โดยเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ รองรับทั้ง iOS และ Android

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้มีความละเอียดในการพิมพ์ 203 dpi รองรับกระดาษความร้อนความกว้าง 25-50 มม. พิมพ์ได้ด้วยความเร็ว 30-60 มม.ต่อวินาที มีแบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์ 1200mAh ในตัว สามารถพิมพ์ข้อความ บาร์โค้ด รูปภาพ และภาษาต่างๆ ได้หลากหลาย

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์อำนวยความสะดวก เช่น การรับรู้เสียง การแปลงรูปภาพเป็นข้อความ การสแกนบาร์โค้ด เทคโนโลยี RFID และเทมเพลตอุตสาหกรรมหลายพันแบบ เหมาะสำหรับใช้ในร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ในครัวเรือน

Niimbot B21 ใช้งานง่าย พิมพ์ได้รวดเร็ว ไม่ต้องใช้หมึก เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกและความสามารถที่หลากหลาย โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,820 บาท

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Niimbot B21 มีจุดเด่นที่ดีไซน์เรโทรสีสันสดใสและขนาดที่พกพาสะดวก, รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธและมีฟีเจอร์หลากหลายเช่นการรับรู้เสียงและเทคโนโลยี RFID ทำให้เหมาะสำหรับใช้งานได้ทุกที่ทั้งในร้านค้าหรือครัวเรือน ในราคาที่คุ้มค่า

7.BROTHER Label Printer P-TOUCH PT-P710BT

BROTHER Label Printer P-TOUCH PT-P710BT

BROTHER PT-P710BT เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบพกพาที่ใช้ระบบพิมพ์ความร้อนโดยตรง มีความละเอียด 180 dpi และสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านบลูทูธ รองรับเทปหลากหลายขนาดพร้อมฟังก์ชันตัดอัตโนมัติ

ระบบการพิมพ์Direct Thermal
ขนาด12.8 x 6.7 x 12.8 ซม.
การเชื่อมต่อBluetooth
ความละเอียดในการพิมพ์180 dpi

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

BROTHER PT-P710BT เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบพกพา ขนาด 12.8 x 6.7 x 12.8 ซม. ที่ใช้ระบบพิมพ์ความร้อนโดยตรง ให้ความละเอียด 180 dpi มีการเชื่อมต่อแบบบลูทูธ สามารถสั่งพิมพ์ผ่านแอป Brother iPrint&Label และ Brother P-touch Design&Print 2 ได้ทั้งบนมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้มีความเร็วในการพิมพ์ 20 มม.ต่อวินาที รองรับเทป TZe หน้ากว้าง 3.5 – 24 มม. พร้อมฟังก์ชันตัดเทปอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังมีเทมเพลตฉลากและกรอบให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย เช่น ฉลากสำหรับแฟ้มเอกสาร สายเคเบิล บาร์โค้ด ของขวัญ และสมุดภาพ

เครื่องพิมพ์นี้ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ Li-ion หรือผ่าน USB มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเพียง 0.64 กก. จึงพกพาไปใช้งานได้สะดวก พร้อมการรับประกัน 1 ปี โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 4,490 บาท

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

BROTHER PT-P710BT เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการพิมพ์ฉลากด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อบลูทูธและรองรับการสั่งพิมพ์ผ่านแอปมือถือและคอมพิวเตอร์ มาพร้อมฟังก์ชันตัดเทปอัตโนมัติและเทมเพลตหลากหลาย ทำให้ใช้งานได้สะดวกและเหมาะกับการพกพาด้วยขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา

8.Epson LW-600P

Epson LW-600P

Epson LW-600P เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์หลากหลายพร้อมฟีเจอร์ตัดเทปอัตโนมัติ ให้คุณภาพการพิมพ์สูง

ระบบการพิมพ์Direct Thermal
ขนาด20.2 x 25.5 x 8.5 ซม.
การเชื่อมต่อBluetooth
ความละเอียดในการพิมพ์180 dpi

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

Epson LW-600P เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาดกะทัดรัด 20.2 x 25.5 x 8.5 ซม. น้ำหนัก 1.09 กก. ทำงานด้วยแบตเตอรี่ มีการเชื่อมต่อแบบบลูทูธ รองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์ iOS, Android, PC และ Mac ได้หลากหลาย

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้ให้ความละเอียดในการพิมพ์ 180 dpi ด้วยความเร็ว 15 มม.ต่อวินาที เหมาะสำหรับงานพิมพ์ปริมาณมาก สามารถพิมพ์บาร์โค้ดได้ 14 รูปแบบ รวมทั้ง QR Code และอื่นๆ รองรับเทปหลากหลายขนาดตั้งแต่ 6 – 24 มม. มีระบบตัดเทปอัตโนมัติ แบ่งครึ่ง และตัดมุม เพื่อความสะดวกและความสวยงาม

การสั่งงานทำได้ผ่านแอป Epson iLabel ที่ช่วยสร้าง แก้ไข และพิมพ์ฉลากคุณภาพสูงแบบไร้สาย มีเทมเพลตให้เลือกใช้มากกว่า 100 แบบ พร้อมสัญลักษณ์กว่า 400 แบบ เพิ่มความสะดวกในการออกแบบฉลาก

Epson LW-600P จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องพิมพ์ฉลากที่ใช้งานได้สะดวก มีฟีเจอร์ครบครัน คุณภาพการพิมพ์ดี ในราคา 4,750 บาท พร้อมรับประกันสินค้า 1 ปี

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

Epson LW-600P เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการพิมพ์ฉลากด้วยคุณสมบัติการเชื่อมต่อแบบบลูทูธที่สะดวก รองรับเทปหลายขนาด และมีแอปสำหรับออกแบบฉลากที่ให้ความสะดวกและความสร้างสรรค์สูง เหมาะกับทั้งการใช้งานส่วนบุคคลและธุรกิจในราคาที่คุ้มค่า

9.BROTHER Label Printer P-TOUCH PT-D200

BROTHER Label Printer P-TOUCH PT-D200

BROTHER PT-D200 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาดกะทัดรัดที่มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY และรองรับเทปหลากหลายขนาด ให้ความสะดวกในการออกแบบฉลากด้วยฟีเจอร์และสัญลักษณ์มากมาย

ระบบการพิมพ์Direct Thermal
ขนาด16.5 x 15.5 x 6.6 ซม.
การเชื่อมต่อไม่มีการเชื่อมต่อ
ความละเอียดในการพิมพ์180 dpi

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

BROTHER PT-D200 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาดกะทัดรัด 16.5 x 15.5 x 6.6 ซม. มีคีย์บอร์ด QWERTY ในตัว รองรับการพิมพ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 15 ตัวอักษร x 1 บรรทัด ให้ความคมชัดในการแสดงผล

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้ใช้เทป TZe หลากหลายขนาด ตั้งแต่ 3.5 – 12 มม. พิมพ์ได้ 2 บรรทัดด้วยความละเอียด 180 dpi ที่ความเร็ว 20 มม.ต่อวินาที มีสัญลักษณ์ให้เลือกใช้มากถึง 617 แบบ และกรอบข้อความ 97 แบบ โดยสามารถออกแบบฉลากตามต้องการได้ด้วยโหมด Deco

เหมาะสำหรับการพิมพ์ฉลากติดกล่องซีดี แฟ้มเอกสาร ชั้นวางของ ป้ายชื่อ และสิ่งของอื่นๆ มีระบบตัดเทปแบบแมนนวล และฟังก์ชันพิมพ์ซ้ำได้ 1-9 ครั้ง แต่ไม่รองรับการพิมพ์บาร์โค้ด

BROTHER PT-D200 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากที่ใช้งานง่าย ราคาไม่สูงนัก อยู่ที่ 1,790 บาท พร้อมรับประกันสินค้า 1 ปี จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการจัดการสิ่งของในสำนักงานให้เป็นระเบียบ

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

BROTHER PT-D200 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากที่มีความคุ้มค่าสูงด้วยคีย์บอร์ด QWERTY ในตัวและหน้าจอแสดงผลชัดเจน รองรับเทปหลายขนาดและมีสัญลักษณ์และกรอบข้อความมากมายให้เลือก ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในสำนักงานและจัดระเบียบสิ่งของได้หลากหลายในราคาที่เข้าถึงง่าย

10.BROTHER Label Printer P-TOUCH PT-D450

BROTHER Label Printer P-TOUCH PT-D450

BROTHER PT-D450 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อทั้ง USB และบลูทูธ รองรับเทปหลายขนาดพร้อมหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ ให้การใช้งานที่สะดวกและหลากหลาย

ระบบการพิมพ์Direct Thermal
ขนาด18.8 x 17.7 x 7.2 ซม.
การเชื่อมต่อเชื่อมต่อผ่าน PC และ Smartphone,Tablet
ความละเอียดในการพิมพ์180 dpi

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

BROTHER PT-D450 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal ขนาด 18.8 x 17.7 x 7.2 ซม. น้ำหนัก 770 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่และตลับเทป) มีหน้าจอ LCD ขนาด 320 x 120 จุด แสดงผลได้ 2 บรรทัด บรรทัดละ 20 ตัวอักษร พร้อมแป้นพิมพ์และปุ่มสั่งพิมพ์บนตัวเครื่อง

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้รองรับเทป TZe มาตรฐาน ขนาด 3.5 – 18 มม. พิมพ์ได้ 1-5 บรรทัดตามขนาดเทป ด้วยความเร็วสูงสุด 30 มม.ต่อวินาที มีหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อความได้สูงสุด 280 ตัวอักษร และเก็บไฟล์ได้ 70 ไฟล์

นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ต USB 2.0 และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตผ่านบลูทูธ 5.0 โดยรองรับระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, iOS และ Android

แม้จะเป็นรุ่นตั้งโต๊ะ แต่ก็สามารถใช้งานแบบพกพาได้ด้วยแบตเตอรี่ AA 6 ก้อน หรือต่อกับอะแดปเตอร์ AC ที่ให้มาในกล่อง ซึ่งมีเทปขนาด 18 มม. สีขาวความยาว 4 เมตร สายเคเบิล USB และคู่มือการใช้งานมาให้ด้วย

BROTHER PT-D450 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากที่มีดีไซน์ทันสมัย ฟังก์ชันการใช้งานง่าย เหมาะสำหรับใช้ในสำนักงาน มีราคาจำหน่าย 3,190 บาท พร้อมรับประกันสินค้า 1 ปี

ทำไมเราถึงชอบสินค้านี้ ?

BROTHER PT-D450 เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากที่ตอบโจทย์ได้ทุกการใช้งานด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อทั้ง USB และบลูทูธ รองรับเทปหลายขนาดและมีหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ช่วยให้การออกแบบฉลากทำได้อย่างง่ายดายและคล่องตัว เหมาะสำหรับการใช้งานในสำนักงานพร้อมดีไซน์ที่ทันสมัยในราคาที่เอื้อมถึงได้

การเข้าใจระบบการพิมพ์สำหรับเครื่องปริ้นสติกเกอร์

การเข้าใจถึงระบบการพิมพ์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องปริ้นสติกเกอร์ที่ดีที่สุด ระบบการพิมพ์ต่างๆ จะมีผลต่อคุณภาพของสติกเกอร์ที่พิมพ์ออกมา รวมถึงความเหมาะสมในการใช้งานสำหรับประเภทงานพิมพ์ต่างๆ ดังนั้น การเข้าใจระบบการพิมพ์จึงเป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็นในการเลือกเครื่องปริ้นสติกเกอร์

  • ระบบการพิมพ์ Thermal: ใช้ความร้อนในการสร้างภาพบนกระดาษ ไม่ต้องใช้หมึก ซึ่งเหมาะสำหรับการพิมพ์สติกเกอร์ในปริมาณมาก
  • ระบบการพิมพ์ Inkjet: พ่นหมึกลงบนกระดาษ เหมาะสำหรับการพิมพ์สติกเกอร์ที่ต้องการความคมชัดสูงและสีสันที่หลากหลาย
  • ระบบการพิมพ์ Laser: ใช้แสงเลเซอร์ในการพิมพ์ ซึ่งให้ความเร็วในการพิมพ์สูงและคุณภาพของสติกเกอร์ที่ดี

ตารางเปรียบเทียบระบบการพิมพ์สำหรับเครื่องปริ้นสติกเกอร์

ระบบการพิมพ์คุณสมบัติเด่นการใช้งานแนะนำ
Thermalไม่ต้องใช้หมึก, การพิมพ์เร็วการพิมพ์จำนวนมาก, สติกเกอร์ฉลาก
Inkjetความคมชัดสูง, สีสันหลากหลายสติกเกอร์กราฟิก, ภาพถ่าย
Laserความเร็วในการพิมพ์สูง, คุณภาพดีสติกเกอร์สำหรับธุรกิจ, งานพิมพ์ที่ต้องการความคมชัด

การเลือกเครื่องปริ้นสติกเกอร์ที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณไม่เพียงแค่เน้นที่คุณภาพการพิมพ์เท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาถึงระบบการพิมพ์ที่เหมาะสมกับประเภทของสติกเกอร์


ความสำคัญของความละเอียดในการพิมพ์ต่อคุณภาพสติกเกอร์

ความละเอียดในการพิมพ์เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพของสติกเกอร์ที่พิมพ์ออกมา หากคุณต้องการสติกเกอร์ที่มีความคมชัดสูงและแสดงรายละเอียดได้ดี การเลือกเครื่องปริ้นที่มีความละเอียดในการพิมพ์สูงจึงเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม ความละเอียดการพิมพ์วัดได้จากจำนวนจุดต่อนิ้ว (DPI) ซึ่งยิ่งมีค่ามากก็ยิ่งพิมพ์รายละเอียดได้ดียิ่งขึ้น

  • ความละเอียดสูง: จำเป็นสำหรับการพิมพ์ภาพถ่ายหรืองานกราฟิกที่ต้องการความคมชัดและรายละเอียดสูง
  • ความละเอียดปานกลาง: เหมาะสำหรับการพิมพ์สติกเกอร์ทั่วไปที่ไม่ต้องการรายละเอียดมาก
  • ความละเอียดต่ำ: อาจเหมาะสำหรับสติกเกอร์ที่ไม่ต้องการความคมชัดสูง เช่น สติกเกอร์ที่ใช้สำหรับฉลากหรือการทำเครื่องหมาย

ตารางเปรียบเทียบความสำคัญของความละเอียดในการพิมพ์

ความละเอียดการพิมพ์ (DPI)คุณสมบัติเด่นการใช้งานแนะนำ
สูง (1200 DPI ขึ้นไป)ความคมชัดสูง, รายละเอียดดีงานกราฟิก, ภาพถ่าย
ปานกลาง (600-1199 DPI)ความคมชัดปานกลางสติกเกอร์ทั่วไป
ต่ำ (ต่ำกว่า 600 DPI)รายละเอียดน้อยฉลาก, การทำเครื่องหมาย

การเข้าใจถึงความสำคัญของความละเอียดในการพิมพ์จะช่วยให้คุณเลือกเครื่องปริ้นสติกเกอร์ที่เหมาะสมกับความต้องการในการใช้งานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์สติกเกอร์เพื่อการโฆษณา, งานศิลปะ หรือการใช้งานทั่วไป การเลือกเครื่องปริ้นที่มีความละเอียดการพิมพ์ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ผลลัพธ์การพิมพ์สติกเกอร์ออกมามีคุณภาพตามที่คุณคาดหวังไว้ ความละเอียดที่สูงไม่เพียงแต่จะช่วยให้สติกเกอร์มีความคมชัดเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สีสันของสติกเกอร์นั้นสดใสและตรงตามต้นฉบับมากขึ้น

เคล็ดลับในการบำรุงรักษาเครื่องปริ้นสติกเกอร์

การดูแลและบำรุงรักษาเครื่องปริ้นสติกเกอร์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาคุณภาพการพิมพ์ให้อยู่ในระดับที่ดีที่สุด ผู้ที่อ่านบทความเกี่ยวกับ 10 เครื่องปริ้นสติกเกอร์ที่ดีที่สุดควรทราบเคล็ดลับเหล่านี้เพื่อให้สามารถดูแลเครื่องปริ้นของตนได้อย่างเหมาะสม การบำรุงรักษาที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้เครื่องปริ้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการสึกหรอของอุปกรณ์

  • การทำความสะอาดหัวพิมพ์อย่างสม่ำเสมอ: เพื่อป้องกันการอุดตันจากหมึกที่แห้ง
  • การอัพเดทซอฟต์แวร์: ช่วยให้เครื่องปริ้นทำงานได้อย่างเสถียรและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ
  • การตรวจสอบและเปลี่ยนหมึกอย่างสม่ำเสมอ: เพื่อรักษาคุณภาพการพิมพ์และป้องกันการเสียหายของหัวพิมพ์

ตารางเคล็ดลับการบำรุงรักษาเครื่องปริ้นสติกเกอร์

กิจกรรมบำรุงรักษาความสำคัญความถี่
การทำความสะอาดหัวพิมพ์ป้องกันการอุดตันทุก ๆ 1-2 สัปดาห์
การอัพเดทซอฟต์แวร์ให้เครื่องปริ้นทำงานเสถียรเมื่อมีการอัพเดท
การตรวจสอบหมึกรักษาคุณภาพการพิมพ์ตามความจำเป็น

การบำรุงรักษาเครื่องปริ้นสติกเกอร์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสามารถใช้งานเครื่องปริ้นได้อย่างไม่มีปัญหา และยังช่วยให้สติกเกอร์ที่พิมพ์ออกมามีคุณภาพสูงสุด ดังนั้นการทำตามเคล็ดลับการบำรุงรักษาที่แนะนำจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด, การอัพเดทซอฟต์แวร์ หรือการตรวจสอบหมึก ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เครื่องปริ้นของคุณสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

ในบทความนี้ เราได้แนะนำ 10อันดับ เครื่องปริ้นสติกเกอร์ ยี่ห้อไหนดี สีสวย คมชัด ใช้งานง่าย พร้อมทั้งคุณสมบัติหลักๆ อย่างระบบการพิมพ์, การเชื่อมต่อ และความละเอียดในการพิมพ์ แต่ละแบรนด์มีคำอธิบายสั้นๆ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและเลือกเครื่องปริ้นที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ เรายังมีหัวข้อเสริมที่สำคัญ 3 หัวข้อ ได้แก่ การเข้าใจระบบการพิมพ์สำหรับเครื่องปริ้นสติกเกอร์, ความสำคัญของความละเอียดในการพิมพ์ต่อคุณภาพสติกเกอร์ และเคล็ดลับในการบำรุงรักษาเครื่องปริ้นสติกเกอร์ เพื่อช่วยให้คุณใช้เครื่องปริ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนานขึ้น ส่วนสุดท้ายของบทความนี้จะสรุปข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้คุณจำและเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. ระบบการพิมพ์ใดที่เหมาะสมกับการพิมพ์สติกเกอร์?

    • ระบบการพิมพ์ที่เหมาะสมกับการพิมพ์สติกเกอร์ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ ถ้าต้องการพิมพ์จำนวนมาก ระบบ Thermal อาจเหมาะสม แต่ถ้าต้องการความคมชัดสูงและสีสันหลากหลาย Inkjet เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับความเร็วในการพิมพ์สูงและคุณภาพดี Laser ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก
  2. ความละเอียดการพิมพ์มีผลต่อคุณภาพสติกเกอร์อย่างไร?

    • ความละเอียดการพิมพ์ที่สูง (วัดเป็น DPI) จะทำให้สติกเกอร์ที่พิมพ์ออกมามีความคมชัดและรายละเอียดที่ดีกว่า สิ่งนี้สำคัญเมื่อต้องการพิมพ์สติกเกอร์ที่มีรายละเอียดสูง เช่น ภาพถ่ายหรืองานกราฟิก
  3. การบำรุงรักษาเครื่องปริ้นสติกเกอร์ทำอย่างไรบ้าง?

    • การบำรุงรักษาที่สำคัญรวมถึงการทำความสะอาดหัวพิมพ์เป็นประจำ, การอัพเดทซอฟต์แวร์ของเครื่องปริ้น, และการตรวจสอบและเปลี่ยนหมึกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาคุณภาพการพิมพ์และป้องกันการเสียหาย
  4. เครื่องปริ้นสติกเกอร์แบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานในบ้าน?

    • สำหรับการใช้งานในบ้าน การเลือกเครื่องปริ้นสติกเกอร์ที่มีระบบ Inkjet อาจเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากให้ความคมชัดสูงและสีสันที่หลากหลาย ซึ่งเหมาะสำหรับการพิมพ์สติกเกอร์ในปริมาณไม่มากและต้องการคุณภาพที่ดี

Scroll to Top